AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ยืดอายุสมอง แก้หลงลืม

0
พัฒนาการทางสมองของมนุษย์ มีขีดจำกัดด้วยเงื่อนไขของเวลาที่มาพร้อมกับความเสื่อม เมื่ออายุมากขึ้น เซลล์สมองจะค่อย ๆ ลดลง และไม่มีการสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนส่วนที่ตาย ความสามารถในการจดจำเรื่องราวต่าง ๆ จึงถดถอยตามวัย ที่มากขึ้น มีอาการหลงลืม คิดอ่านช้าลง เข้าสู่ภาวะสมองเสื่อมในวัยสูงอายุ

เรามายืดอายุสมองเพื่อให้สมองมีการพัฒนาอยู่เสมอ เพียง 10 ขั้นตอนดังนี้

1.  เรียนรู้ –  เรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา

2.  อาหาร –  อาหารที่เรารับประทานควรให้ครบทั้ง 5 หมู่ ถึงแม้ว่าสมองจะมีน้ำหนักเพียง 2% ของน้ำหนักร่างกาย แต่สมองต้องการ สารอาหารและออกซิเจนถึง 20% ของร่างกาย ดังนั้นการที่สมองจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนหนึ่งมาจากการได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนด้วย

3.  ออกกำลังกาย   – อย่าลืมว่าสมองเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเช่นกัน กิจกรรมบางอย่าง เช่น การออกกำลังกาย ก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้ เนื่องจากการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการสร้างเซลล์สมอง

4.  คิดบวก  – ฝึกคิดบวก ใส่ใจกับความคิดจนกระทั่งความคิดดีๆ นั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของจิตใจ และทำให้คุณมองไปข้างหน้าด้วยหนทางที่สร้างสรรค์ ความเครียดและความวิตกกังวลจากทั้งภายในและภายนอก สามารถทำลายเซลล์สมองและความคิดสร้างสรรค์ของคุณได้

5.  ความสำเร็จในการเรียนรู้ และจิตใจที่ท้าทาย  – เป็นจุดสำคัญในการที่สมองต้องเรียนรู้และปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมใหม่ที่ท้าทาย ตั้งเป้าหมายให้สูงเข้าไว้จะช่วยพัฒนาสมอง ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็สามารถทำได้

6. ฝึกสมาธิ   – ฝึกสมาธิหรือทำใจให้สงบ จะช่วยในเรื่องของความตั้งใจ ซึ่งเป็นกระบวนการแรกของความจำ

7. เดินทางท่องเที่ยว  –  สำรวจสิ่งใหม่ๆ การปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ จะทำให้คุณสนใจในสิ่งแวดล้อม การตัดสินใจใหม่ๆระหว่างการเดินทาง ถือเป็นการฝึกสมองอย่างดี

8. ไม่อาศัยสิ่งอำนวยความสะดวกแทนสมองคุณ   – ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ ตัดสินใจลองผิดลองถูกด้วยตนเอง และเรียนรู้จากสิ่งนั้น วิธีนี้จะช่วยพัฒนาสมองของคุณ

9. พัฒนาและรักษาความสัมพันธ์   – มนุษย์เป็นสัตว์สังคมและต้องการปฏิสัมพันธ์กับสังคม ดังนั้นการพบปะพูดคุยกับผู้อื่นจึงเป็นการฝึกสมองเช่นกัน

10. หัวเราะบ่อยๆ

ที่มา  https://www.samitivejhospitals.com

ทำอย่างไรห่างไกล “สมองเสื่อม”
 
หลีกเลี่ยงอาการสมองเสื่อมทำได้ดังนี้
1. งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกชนิด
2. ระวังเรื่องการใช้ยา ควรให้แพทย์เป็นผู้สั่งยาทุกครั้งและควรนำยาที่ท่านรับประทานเป็นประจำไปให้แพทย์ดูด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงการสั่งยาซ้ำซ้อน
3. ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบกระเทือนศีรษะ
4. สำหรับผู้สูงอายุที่เดินลำบากควรมีคนดูแล เช่น เวลาเข้าห้องน้ำควรมีคนไปเป็นเพื่อน เพราะอาจเกิดการหกล้มในห้องน้ำได้
5. เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุควรหมั่นไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และไม่ควรลืมเจาะเลือดเพื่อตรวจหาเบาหวานและโรคไขมันในเลือดสูง
6. หมั่นไปตรวจความดันเลือดสม่ำเสมอตามที่แพทย์นัด หากพบว่าเป็นความดันโลหิตสูงก็ต้องปฏิบัติตนตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพราะมีผลกระทบต่อภาวะสมองเสื่อมได้
7. หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุจะต้องระมัดระวังไม่ให้หักโหมจนเกินไป แต่เพราะแทนที่จะเกิดประโยชน์อาจทำให้เกิดโทษได้
8. หากิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลายความตึงเครียด เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูโทรทัศน์ หมั่นเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุ และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ตามสมควร
9. เมื่อสังเกตว่าตนเองเริ่มมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ มากผิดปกติ หรือมีอาการบ่งชี้อื่น ๆ ที่น่าสงสัยก็ควรรีบไปพบประสาทแพทย์ หรือแพทย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุทันที
 
ทคนิคและวิธีพัฒนาความจำ
1. พยายามตั้งสมาธิเมื่อปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ
2. พยายามนึกสร้างภาพในใจเมื่อต้องจดจำสิ่งหนึ่งสิ่งใด และถ้าภาพประทับใจก็ยิ่งทำให้จดจำได้ง่ายขึ้น
3. เลือกจำเฉพาะข้อมูลที่สำคัญเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
4. ควรมีสมุดบันทึกพกติดตัวตลอดเวลา เพื่อใช้จดข้อมูลต่าง ๆ กันลืม
5. พยายามจัดหมวดหมู่สิ่งของไว้เป็นพวก ๆ เก็บเป็นที่เป็นทางเพื่อความสะดวกในการใช้งานและไม่สับสน
6. ทำทุกเรื่องด้วยสติ และรอบคอบ ถ้าไม่แน่ใจก็ตรวจทานอีกครั้งเพื่อป้องกันความผิดพลาด
7. พยายามลดความตึงเครียด เช่น หางานอดิเรกทำในยามว่าง, ออกกำลังกาย, นั่งสมาธิ เป็นต้น
 
สำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการหลงลืมเป็นประจำก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะอาการหลงลืมเป็นเรื่องปกติของผู้สูงอายุและท่านอาจไม่ได้เป็นโรคสมองเสื่อมก็ได้ ส่วนผู้ที่เริ่มมีอาการของโรคสมองเสื่อม หรือสงสัยว่ากำลังจะมีอาการก็ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วนที่สุดเพื่อหาวิธีป้องกันและรักษาอย่างทันท่วงที

ที่มา http://www.si.mahidol.ac.

กระตุ้นสมองช่วยจำ

มีเคล็ดลับที่น่าสนใจว่าแต่ละคนมีความถนัดในการเก็บข้อมูลเข้าสู่สมองแตกต่างกันออกไป บางคนชอบที่จะฟังเพื่อเก็บข้อมูล บางคนชอบเรียนรู้ผ่านภาพ การกระตุ้นสมองควรทำทุกอย่างควบคู่กันไป

  • กระตุ้นสมองให้ตื่นตัวเสมอ ยามว่างลองใช้เวลาเล่นปริศนาอักษรไขว้ (crossword) หรือเกมปริศนาอื่นๆ เช่น เกมปริศนาตัวเลขซูโดคุ การเล่นเกมปริศนาเหล่านี้ มีส่วนช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว และทำงานประสานกันดีขึ้น ช่วยฝึกไหวพริบ และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์
  • ติดตามข่าวสาร ซึ่งอาจเป็นข่าวสารของครอบครัว ข่าวภายในประเทศ และข่าวต่างประเทศ นอกจากนั้นแล้วการอ่านหนังสือที่ให้ความรู้ใหม่ๆ ก็กระตุ้นสมองได้อย่างดี
  • เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทายความสามารถ เช่น เรียนภาษาต่างประเทศ สมาคมพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนกลุ่มใหม่ๆ ก็ช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัวได้เช่นกัน
  • กระตุ้นความจำระยะยาว หลายคนคงเคยมีประสบการณ์จำอะไรๆได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ การกระตุ้นความจำระยะยาวจึงควรฝึกอย่างสม่ำเสมอ หากมีข้อมูลสำคัญยากๆที่ต้องจดจำ ก็ลองใช้วิธีจับตัวอักษรของข้อมูลนั้นสร้างสัญลักษณ์หรือผูกเป็นประโยค เพื่อให้จำง่ายขึ้น
  • เตือนความจำ ทบทวนข้อมูลใหม่ๆ ซ้ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็น วิธีหนึ่งที่ช่วยได้ ก่อนนอน ใช้เวลาทบทวนสิ่งที่ได้ทำมาในแต่ละวัน
  • จดบันทึกช่วยจำ การจดบันทึกอีกครั้งช่วยให้จำได้แม่นยำขึ้นได้ ที่สำคัญคือช่วยให้เราไม่พลาดลืมสิ่งสำคัญๆ

หายใจอย่างไรให้ความจำดี

การหายใจบางวิธีมีส่วนช่วยให้การจดจำดีขึ้น การหายใจตื้นและเร็วขณะวิตกกังวลทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดีเท่าที่ควร ในระยะยาวอาจมีผลเสียต่อความจำได้ การหายใจแบบโยคะต่อไปนี้ช่วยได้ ลองฝึกดูค่ะ

  1. นอนหงายในท่าศพหรือที่เราเรียกกันว่าแผ่สองสลึง อาจมีผ้าพับรองศีรษะหรือหลังไว้
  2. หลับตา แต่ให้คิดว่าสายตาจดจ้องอยู่ตรงหน้าอก ผ่อนคลาย และสังเกตว่าลมหายใจค่อยๆ ช้าลง
  3. รับรู้ตามลมหายใจที่ผ่านเข้าออกร่างกาย
  4. ฟังเสียงหายใจเบาๆ สังเกตความแตกต่างระหว่างลมหายใจเข้าและลมหายใจออก

รับรองว่าวิธีหายใจแบบนี้ทำให้หายใจได้ลึก ซึ่งทำให้รู้สึกสบายและผ่อนคลายขึ้น พลอยทำให้ความจำดีขึ้นด้วยค่ะ

อาหารบำรุงสมอง

การกินอาหารเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดช่วยให้สมองทำงานได้ดี จึงขอแนะนำให้กินมื้อละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง อาหารบางประเภทมีประโยชน์ต่อสมองและความสามารถในการจดจำโดยตรง ซึ่งมีดังนี้ค่ะ

  1. อาหารพวกธัญพืช ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืชต่างๆ อาหารเหล่านี้อุดมด้วยกรดโฟลิก แคลเซียม ทองแดง ไอโอดีน เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม แมงกานีส ซีลีเนียม กรดไขมันจำเป็น วิตามินบี และวิตามินอี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ช่วยการทำงานของระบบประสาทและหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง
  2. ปลาที่มีมันมาก เช่น ปลาแซลมอน มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่เป็นกรดไขมันจำเป็น และยังมี DHA และ ฟอสโฟไลปิด ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของผนังเซลล์ทุกชนิด
  3. วิตามินเสริมและเกลือแร่รวมต่างๆ ได้แก่ กลุ่มวิตามินบี วิตามินอี น้ำมันปลา ฟอสฟาทิดิล ซีรีน (phosphatidyl serine) ซึ่งสมองใช้ในการเรียกความทรงจำ และยังชะลออาการหลงลืมได้ด้วย

ที่มา http://www.cheewajit.com/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 02/12/2015 by in เรื่องของสุขภาพ.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,216,418 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,216,418 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,216,418 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: