AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

แสงจากมือถือ….ทำลายสุขภาพ

12784430_971609609541364_595784279_n

 

เป็นสิ่งที่พวกเราควรรู้อย่างยิ่ง เพราะในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือจอสัมผัส หรือ Smartphone และคอมพิวเตอร์พกพา หรือ Tablet กลายเป็นปัจจัยที่ห้า สำหรับทุกคนไปแล้ว ซึ่งแต่ละคน อย่างน้อยต้องมีอุปกรณ์พกพาเหล่านี้ ติดตัวคนละ 1 ชิ้นกันเป็นอย่างน้อย ไว้สำหรับพูดคุย ติดต่อสื่อสารกัน หรือไม่ก็เล่นเกมส์ อ่านข่าว ติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ หรือไม่ว่าจะทำงาน หรือซื้อขายสินค้า ก็ทำได้บน Smartphone ได้อย่างง่ายดาย
ทั้งนี้ประเทศไทย ยังติดอันดับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์พกพา เยอะที่สุดในโลกอีกด้วย แซงหน้าสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นไปแล้ว สังเกตได้ว่า ไม่ว่าเราจะเดินไปไหน ขึ้นรถ ลงเรือ ก็จะเห็นแต่คนก้มหน้าเล่นมือถือกันทั้งนั้น แทบจะทุกที่ ทุกเวลากันเลยทีเดียว

ซึ่งแสงที่ได้รับจากจอมือถือ คือ แสงสีฟ้า… และ แสงสีฟ้า คืออะไร?

map วัดทิพย์สุธาราม กาญจนบุรีติดสุพรรณ

 

        แสงสีฟ้า คือ แสงที่ผสมอยู่ในช่วงแสงสีขาว ที่มนุษย์มองเห็น โดยแสงขาวแบ่งได้ 7 สี คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด และ แดง

 แสงสีฟ้า จะผสมอยู่ในช่วงน้ำเงินกับคราม แสงสีฟ้า คือ คลื่นแสงพลังงานสูง ที่มีความยาวคลื่น 400-500 นาโนเมตร

โดยแสงสีฟ้านั้น จะมีอยู่รอบตัวเรา พบได้ในแสงแดด หลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ แต่ที่พบมากที่สุด คือ หน้าจอคอมพิวเตอร์, มือถือสมาร์ทโฟน และ แท็บเล็ต ที่นิยมใช้กันตลอดเวลามากกว่า อุปกรณ์ชนิดอื่นๆ ทำให้เป็นอันตรายต่อดวงตาของเรา อย่างที่เราคาดไม่ถึง ซึ่งการจ้อง หรือการใช้มือถือสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลานาน จะเกิดผลกระทบกับเราเช่น ปวดตา ตาแห้ง พร่ามัว น้ำตาไหล

จากงานวิจัยทางการแพทย์พบว่า แสงสีฟ้า (Blue Light) จะทำให้เซลล์ตายได้ เนื่องจาก แสงสีฟ้า มีพลังงานมากพอที่จะไปกระตุ้นให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ภายในลูกตา แล้วสารอนุมูลอิสระ จะทำให้เซลล์จอประสาทตาตายได้ อาจส่งผลทำให้เกิด โรคจอประสาทตาเสื่อม คือ จะมีอาการมองภาพตรงกลางไม่ชัด เกิดการมองภาพบิดเบี้ยวไป เหมือนมีจุดดำบังตรงกลางภาพ และโรคนี้ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

และนอกจากจะส่งผลเสียกับดวงตาของเราอย่างมากแล้ว แสงจากจอมือถือยังส่งผลเสียต่อร่างกายอีกด้วย คือ
– ทำให้ความจำสั้น
– ทำให้เรียนรู้ยากขึ้น
– ทำให้นอนหลับยาก
– ทำให้เรตินาตาเสีย
– ทำให้เป็นมะเร็ง
– ทำให้หิวง่าย

ทำอย่างไรให้ห่างไกล จาก แสงสีฟ้า
– หมั่นตรวจเช็คดวงตาปีละหน ป้องกันอาการเสี่ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สายตา และควรใส่ใจตรวจสอบดวงตาว่า มีอาการผิดปกติหรือไม่ เช่น ตาแห้งง่าย ไม่ควรใช้งานสายตาเป็นเวลานานติดต่อกัน หากจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือทำงานกับแสงจ้าเป็นเวลานาน ก็ควรพักสายตาทุก 30-45 นาที
– การติดฟิล์มกันรอย ที่มีคุณภาพดี และมีประสิทธิภาพ ในการถนอมสายตา ช่วยกรองแสงสีฟ้าออกจากหน้าจอได้
– การบำรุงสายตาด้วยอาหารที่มีประโยชน์ อย่าง ผักและผลไม้ที่มีวิตามินเอ ซี อี เบต้าแคโรทีน และไบโอฟลาโวนอยด์ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แครอท, ผักบุ้ง, ตำลึง, ผักคะน้า, มะละกอ, มะม่วงสุก ก็สามารถช่วยบำรุงและถนอมสายตาได้ค่ะ

ถึงแม้สมาร์ทโฟนจะให้ความสะดวกสบายกับเราได้มากมาย แต่ผลเสียของมันก็ไม่น้อยเลยทีเดียว รู้ถึงผลเสียของมันแล้ว ก็อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ โดยเฉพาะคนที่ชอบปิดไฟเล่นมือถือตอนกลางคืน อันตรายมากๆ !!! ถือว่ากลอยเตือนแล้วนะ

Credit
: Harvard Health
: http://mahosot.com/แสงสีฟ้า-อันตราย.html

 

 

https://blog.eduzones.com/kloyjaiiphattaraporn/156548

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 03/03/2016 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,906 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,906 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,906 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: