AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ธรรมะสำหรับคนทำงาน

image

 

ในฐานะคนทำงานองค์กรข้ามชาติทั้งในและตปท.มาตลอด คุณสุทธิ มโนกิจจรูญมั่น ประธานชมรมสัมมาทิฏฐิ และผู้จัดการทั่วไป บริษัทอีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย ได้แบ่งปันประสพการณ์จริงในการนำธรรมะมาใช้ในการทำงานในโลกธุรกิจปัจจุบัน เพื่อประโยชน์สุขของคนทำงานและวิทยาทานโดยส่วนรวม

“ธรรมะสำหรับคนทำงาน”

คนทำงานรุ่นใหม่พอได้ยินคำว่า”ธรรมะ”มักส่ายหน้าหนี คือมโนไปว่าธรรมะขัดแย้งกับการทำธุรกิจ เพราะธุรกิจต้องล้ำยุค รวดเร็ว การแข่งขันสูง ขณะที่ธรรมะฟังดูเชย เฉื่อยชา ล้าสมัย เหมาะกับวัยเกษียณ หรือต้องมีพิธีกรรมประหลาดๆ ทั้งหมดนี้ขอบอกว่าเป็นเพียงความคิดปรุงแต่งอันเกิดจากความไม่รู้

ความจริงธรรมะนั้นทันสมัย ให้ผลไม่จำกัดกาล น้อมนำไปใช้ได้กับทุกสถานการณ์ กับทุกคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะสำหรับวัยทำงาน ที่ต้องเผชิญอุปสรรคปัญหานานัปการ แม้ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ธรรมะสอนให้รู้จักแก้ปัญหาได้ถูกต้องอย่างฉลาดและมีความสุขไปพร้อมๆกัน

“ผมเชื่อว่าคนทำงานทุกคนไม่ว่าจะเกิดที่ไหน มาจากที่ใด สูงต่ำดำขาว รวยหรือจน ทำงานอะไร จะอยู่ตำแหน่งสูงสุดหรือต่ำสุดในองค์กร ทุกคนล้วนมีศักยภาพสูงซ่อนอยู่ และทุกคนสามารถเป็นผู้ชนะได้ “Everyone can be a winner” ขอเพียงเชื่อมั่นในตนเอง และรู้จักดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้ได้อย่างถูกวิธี เริ่มต้นให้ถูกด้วยการเลือกงานที่เหมาะสมกับความถนัดความสามารถของตน” ทั้งนี้ อิทธิบาท4เมื่อใช้ให้ถูกต้องจะช่วยขับเคลื่อนศักยภาพและความสำเร็จให้กับทุกคน

อิทธิบาท4 คือธรรมะแห่งความสำเร็จ

1.ฉันทะ มีศรัทธาและความเชื่อมั่นในงานที่ทำ กับองค์กร กับผู้ร่วมงานทุกระดับชั้น ตั้งเป้าหมายของตนให้สอดคล้องกับเป้าหมาย นโยบายและทิศทางขององค์กร การทำงานในองค์กรแม้บางครั้งมีการกระทบกระทั่งกันบ้างซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของการอยู่ร่วมกันในสังคมทุกแห่ง ก็รู้จักประนีประนอม มองให้เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม เพราะส่วนรวมคืออู่ข้าวอู่น้ำ องค์กรสำเร็จ ทุกคนก็สำเร็จ ในเวลาเดียวกันหากทุกคนสำเร็จ องค์กรก็สำเร็จเช่นกัน เหมือนน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ครอบครัวเดียวกัน ความสุขในการทำงานของคนทำงานทั้งองค์กรจึงพึงมีได้สำหรับผู้มีฉันทะที่ถูกต้อง

2.วิริยะ มีความขยันหมั่นเพียรในหน้าที่และความรับผิดชอบ สามารถจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของการงานแต่ละอย่างได้ลงตัว เมื่อเจออุปสรรคปัญหาซึ่งเป็นธรรมดาของการทำงาน โดยเฉพาะกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ก็ไม่ย่อท้อ มองปัญหาเป็นโอกาสในการแสดงฝีมือ “ประสพการณ์” จึงเกิดขึ้นได้จากการเรียนรู้นั้นๆ แม้จากความผิดพลาด และย่อมไม่โทษใครทั้งสิ้น จึงไม่เพ่งโทษเบียดเบียนผู้อื่น และไม่โทษตนเองจึงไม่หดหู่ซึมเซา แก้ไขที่ต้นเหตุที่แท้จริง แล้วถือเป็นบทเรียนล้ำค่าในการพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้น “อุปสรรคไม่มี บารมีไม่เกิด” ทุกคนย่อมเป็นผู้ชนะได้หากไม่ยอมแพ้อุปสรรคเสียก่อน ผู้มีสัมมาทิฏฐิจึงตั้งอยู่ในความเพียรต่อไป

3.จิตตะ มีจิตที่มุ่งมั่น เอาใจใส่ต่องานที่ทำในปัจจุบันขณะ ความระลึกรู้กายใจเป็นบ่อเกิดของสติสัมปชัญญะ เมื่อมีสติ กายใจย่อมปกติ ศีลก็มีขึ้น สมาธิก็มีขึ้น ปัญญาในการทำงานและการใช้ชีวิตที่ถูกต้องย่อมเกิดขึ้น “ความสำเร็จ”จึงพึงมีได้สำหรับผู้มีจิตมุ่งมั่นจดจ่อต่อกิจการงานที่ทำ การปฏิบัติธรรมนั้นสามารถทำได้ตลอดเวลา ทุกสถานที่ ทุกอิริยาบท แม้กระทั่งขณะทำงานในที่ทำงาน สิ่งสำคัญคือสติในปัจจุบันขณะ

4.วิมังสา รู้จักใคร่ครวญพินิจพิจารณา เรียนรู้จากสิ่งที่ทำอยู่ว่าถูกผิดอย่างไร เรียนรู้จากสิ่งรอบตัว จากผู้อื่น รู้จักประยุกต์ความคิด ปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นได้อยู่เสมอ เมื่อคิดดี มีจิตที่เป็นกุศล ความคิดบวกจะช่วยให้มองเห็นสิ่งที่หลายๆคนมองไม่เห็น เกิดความคิดสร้างสรรไปในทางที่ดี แม้แต่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ก็ย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ ผู้ที่มองเห็นจึงประสพความสำเร็จได้มากกว่า

สิ่งที่น่าดีใจที่สุดของผู้บริหารระดับสูง ก็คือเห็นบรรดาลูกน้องของตนประสพความสำเร็จ หน้าที่ของผู้บริหารก็คือส่งเสริมให้พนักงานทุกคนเป็นผู้ชนะในงานในสิ่งที่รับผิดชอบอยู่ด้วยตัวของเขาเอง ซึ่งประจักษ์แล้วว่าทุกคนเป็นผู้ชนะได้ เมื่อคนทำงานประสพความสำเร็จในหน้าที่ของตนๆ ขยายเป็นวงกว้าง องค์กรนั้นๆก็ย่อมประสพความสำเร็จเช่นกัน ผลประโยชน์และสวัสดิการที่ดีขึ้นย่อมย้อนกลับไปที่คนทำงาน นี่แหละคือเคล็ดลับแห่งความสำเร็จอย่างยั่งยืนขององค์กร เพราะความปกติสุขของคนทำงานกับความสำเร็จขององค์กรเป็นของคู่กัน ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสมดุลย์ สุจริตและความชอบธรรม ตามศักยภาพของบุคลากรและองค์กรนั้นๆโดยรวมเป็นสำคัญ หลักธรรมาภิบาลขององค์กรสากลก็มีพื้นฐานมาจากหลักธรรมะนี่แหละ เมื่อคนส่วนใหญ่ซึมซาบธรรมะ ย่อมถือหลักประโยชน์สุขของส่วนรวมมาก่อนส่วนบุคคลเสมอ สามัคคีธรรมจึงเกิดและนำพาทุกคนสู่ความสำเร็จร่วมกัน

ขอให้ท่านภูมิใจที่ได้เกิดในดินแดนแห่งพระพุทธศานาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระบรมราชูปถัมภ์มาโดยตลอด ธรรมะนั้นมีคุณูปการอย่างสูงต่อประเทศชาติและโลกทั้งใบนี้ อยู่ที่การน้อมเข้ามาใส่ตัว โยนิโสมนสิการเพื่อเข้าใจอย่างถูกต้อง และปฏิบัติให้เหมาะสมอย่างสมดุลย์ ความสงบสุขของสังคมโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นองค์กร คนทำงาน หน่วยงานใดๆ หรือแม้ตัวท่านเองย่อมมีได้เห็นได้ในปัจจุบันขณะนี้เอง

ขอความสุขความเจริญในธรรมพึงมีแด่ทุกท่าน

สุทธิ มโนกิจจรูญมั่น
ประธานชมรมสัมมาทิฏฐิ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 09/03/2016 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: