AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

9 เคล็ดลับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสอบ

4

1.เริ่มต้นวันใหม่ด้วยมื้อเช้า

อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุดอย่างที่ทุกคนทราบ เพราะการกินอาหารเช้าจะช่วยเติมเต็มท้องที่ว่างตลอดทั้งคืนและสร้างพลังงานที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน จากผลงานวิจัยออกมาว่า 27 เปอร์เซนต์ของเด็กผู้ชายและ 39 เปอร์เซนต์ของเด็กผู้หญิงที่อดมื้อเช้าบ่อยๆ หรือเป็นประจำจะทำให้ขาดสมาธิในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยอย่างยิ่งนิสิตนักศึกษาที่ต้องใช้พลังสมองเยอะ ความจำ การเรียนรู้และความกระตือรือร้นก็จะลดลง ไม่กระฉับกระเฉงเท่าที่ควร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่อ่านหนังสือไม่รู้เรื่องหรือเรียนไม่เข้าหัว

ถ้าใครคิดไม่ออกว่าเช้านี้จะกินอะไรดี จริงๆ ไม่ยากเลย เมนูง่ายๆ รอบตัว อย่างเช่น ต้มเลือดหมู, โจ๊กร้อนๆ, ขนมปังปิ้งสัก 1 คู่, แซนวิช(โฮลวีต), ไข่ดาว – ไข่ต้ม ,ผลไม้จำพวก กล้วย แคนตาลูป แตงโม กีวี่ เบอร์รี่, น้ำส้ม, โยเกิต ,ข้าวโอ๊ต หรือแม้กระทั่งซีเรียลยังได้ ควรมีติดไว้ที่บ้านเผื่อวันที่เร่งรีบ

        2.วางอุปกรณ์สื่อสารให้ไกลตัว

FOMO ย่อมาจากคำว่า “Fear of Missing Out” ที่แปลว่า “กลัวการตกกระแส” คนที่อยู่ในประเภท FMO จะต้องการรู้ข้อมูลข่าวสารก่อนคนอื่น ไม่อยากตกเทรนด์และรู้สึกภาคภูมิใจถ้าได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์เป็นคนแรก โดยส่วนใหญ่คนที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายจะเป็น ‘วัยรุ่น’ สังเกตได้จาก การติดแชทติดไลน์, ก้มหน้ามองมือถือตลอดเวลาและกระวนกระวายเวลาลืมเอามือถืออกจากบ้านหรือแบตใกล้จะหมด เป็นต้น วางไว้ใกล้ตัวก็ยิ่งไขว้เขว้ต้องเหลือบไปมองบ่อยๆ ว่าจะมีใครส่งข้อความหาบ้างหรือมีอะไรอัพเดทในโลกโซเชียล

นอกจากนี้ผลงานวิจัยหลายชิ้นยังชี้ให้เห็นว่า นักศึกษาระดับปริญญาตรีที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นแชทและเสพติดการท่องโซเชียลมีเดียได้เกรดต่ำกว่าคนทั่วไป! เกิดขึ้นจากการที่สมาธิถูกรบกวนจากสิ่งเร้า

       ข้อควรปฏิบัติระหว่างทบทวน

       3.เริ่มแต่เนิ่นๆ และยืดระยะเวลา

ว่ากันว่านักแสดงที่ดีจะอยู่ในบทบาทจนถึงวันก่อนแสดง และนักกีฬาไม่ได้ฝึกซ้อมเพียงแค่วันเดียวก่อนการแข่งขัน การทบทวนบทเรียนก็เช่นเดียวกัน ต้องใช้เวลาในการจดจำ มีกลยุทธ์หนึ่งที่อยู่ใน “การวิจัยเชิงทดลองใน การเรียนรู้ และความทรงจำ .”( Bjork และ Bjork , 2011 ,p59 ) ว่าด้วยการเว้น ‘ช่องว่าง’ (spacing) ในระยะที่เหมาะสมจะช่วยให้กลายเป็นความทรงจำระยะยาว เช่น ทบทวนหนังสือเรื่อยๆวันละ 1 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน จะจำได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ใช้เวลา 10 ชั่วโมงในวันเดียว

       4.ไม่มีอะไรดีไปกว่าทบสอบด้วยตนเอง

ตามผลงานวิจัยในเรื่องของหน่วยความจำ การทดสอบด้วยตัวเองเป็นวิธีการที่ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธิการหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการระลึกถึงข้อมูลที่เคยรู้มาก่อนแล้ว นอกจากนี้การทดสอบกับตัวเองยังเป็นการเช็คว่าความรู้ที่มีอยู่มีช่องโหว่ตรงไหน เริ่มจากการเขียนคำตอบลงในกระดาษคำถามโดยปิดคำเฉลย หรือจะทำควิซทุกครั้งหลังจบการทบทวนในแต่ละครั้งก็ได้

       5.สอนคนอื่น = สอนตัวเอง

หลังจากที่ลองทดสอบความรู้ด้วยตนเองแล้ว การสอนคนอื่นต่อก็เป็นวิธีการที่ดี นักวิทยาศาสตร์พบว่าการสอนคนอื่นจะช่วยในเรื่องความจำและสามารถนึกเรื่องต่างๆ ออกได้มากขึ้น (the Protégé Effect) เด็กที่ติวคนอื่นจะต้องทำงานหนักเพื่อเข้าใจเนื้อหาแม่นยำ ถูกต้อง และต้องหาวิธีการสอนเพื่อให้คนที่ถูกติวเข้าใจง่าย จึงทำให้เข้าใจอย่างถ่องแท้มากกว่าคนอื่น ดังคำกล่าวของ นักปรัชญาชาวโรมัน Seneca ที่ว่า “While we teach, we learn.” (ระหว่างที่เราสอน เราก็ได้เรียนรู้)

       6.คิดสักนิดก่อนจะไฮไลท์

ปากกาไฮไลต์และปากกาสีๆ ถือเป็นอุปกรณ์เครื่องเขียนยอดฮิตที่ใช้ในการทบทวนเพราะเชื่อว่าการเพิ่มสีสันลงในชีทจะทำให้จำได้มากขึ้น แต่ผลการวิจัยของศาสตราจารย์ Dunlovsky ที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารของสมาคมวิทยาศาสตร์จิตวิทยา พบว่าอาจจะไม่ได้ผลดีเท่าที่คิด การใช้ปากกาไฮไลต์สีฟลูออเรสเซนต์ เช่น สีเหลือง สีเขียวและสีชมพู เป็นอุปสรรคต่อการทบทวน

นอกจากนี้นักเรียนยังสามารถเรียนรู้และระลึกข้อมูลได้ดีกว่าถ้าเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน ในขณะที่ไฮไลท์นั้นทำหน้าที่แยกข้อมูลออกเป็นชิ้นย่อยๆ เป็นส่วน และบ่อยครั้งที่ผู้อ่านลงท้ายด้วยการไฮไลท์เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่าอ่านเรียบร้อยแล้ง

       7.ห้ามฟังเพลง

ในขณะที่น้องๆ หลายคนเชื่อว่า การฟังเพลงจะทำให้จำได้มากขึ้น แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้คิดเช่นนั้น จากหนังสือ Applied Cognitive Psychology พบว่าผู้เรียนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบระหว่างทบทวนจะสามารถจำได้มากกว่าคนที่ฟังเพลงไปด้วย เพราะไม่มีสิ่งรบกวนจากภายนอก

       8.ออกไปสูดอากาศ – ยืดเส้นยืดสาย

จำไว้ว่าการทบทวนบทเรียนเป็นเรื่องของคุณภาพมากกว่าจำนวนหน้าหรือหัวข้อที่อ่าน บางครั้งหลังจากที่โหมงานหนักไปสักพักใหญ่ น้องๆ ก็ควรออกมาสูดอากาศ ยืดเส้นยืดสายบ้าง การได้มองหรือได้รับอากาศบริสุทธิ์เข้าไปในร่างกายจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นและพอกลับไปทบทวนก็จะสามารถ Focus ได้ดีขึ้น การออกกำลังกายง่ายๆ เช่น การบิดตัวไปมาก็ช่วยกำจัดความเครียด ลดความวิตกกังวลและเพิ่มความพึงพอใจในตัวเอง

       9.ปิดท้ายวันด้วยการนอน

หลังจากที่โหมทบทวนหนังสือมาทั้งวันก่อนจะเริ่มสอบ ถึงเวลาที่น้องๆ ควรจะต้องหยุดในเวลาที่พอเหมาะ การนอนจะช่วยให้สมาธิดีขึ้น หน่วยความจำดีขึ้น สายตาแหลมคม มีความคิดสร้างสรรค์และมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี หากอยากนอนอย่างเพียงพอแบบมีประสิทธิภาพ จะต้องหลีกเลี่ยงนิสัยเสีย 9 อย่างที่ห้ามทำก่อนนอนดังนี้

6
รูป 9 เคล็ดไม่ลับศาสตร์แห่งการทบทวน…ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพก่อนสอบ
https://blog.eduzones.com/advisor/160364

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 12/05/2016 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: