AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

มากอดกันเถอะ

image

“กอด”

ว่ากันว่าเด็กจะอยู่รอดและเจริญเติบโตเป็นปกติได้ เพราะการได้รับการสัมผัส ทารกจะได้รับการตบก้นเบาๆ ทันทีที่คลอด เด็กทารกจะต้องการการโอบอุ้มและการห่อหุ้มด้วยผ้านุ่ม อบอุ่น จะต้องการน้ํานมจากคุณแม่หรือผู้เลี้ยงดู
.
โตมาหน่อยก็จะต้องการการได้รับการชี้นําเรื่องการเดิน การกิน การแสดงพฤติกรรมต่างๆ และการใช้ภาษาในการสื่อสาร
.
หากคนเราปราศจากการสัมผัส มนุษย์คงไม่อาจเจริญเติบโตเป็นปกติ คือ อาจจะเดินท่าทางแปลกๆ กินท่าทางแปลกๆ ไม่พูดไม่จา หรือมีการเปล่งเสียงออกมาเป็นการพูดแปลกๆ ที่ผู้อื่นฟังไม่เข้าใจ เพราะไม่ได้รับการชี้นำ
.
ซึ่งจิตวิทยาในเชิงเคมีบอกว่า….หากมนุษย์ไม่ได้รับการสัมผัสจากผู้อื่น สารสื่อประสาทก็จะทำให้เรารู้สึกแปลกแยกจากบุคคล
.
การสัมผัส เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะในแง่มุมของจิตวิทยาการปรึกษา ถ้าเป็นเมืองนอก ก็หายห่วง จะไปโอบประคองมือ หรือแม้แต่กอด เขาก็เข้าใจ เพราะกอดกันจนชินแล้ว
.
แต่วัฒนธรรมประเทศไทยแบบดั้งเดิม ยังมองว่าเป็นเรื่องไม่ดีไม่งาม ที่ความเชื่อตรงนี้มันกางกั้นไม่ให้เราไปสู่อะไรดีๆ ในทางจิตวิทยา ฝรั่งมีแคมเปญกอดฟรีบ่อยๆ แต่ในไทยไม่มี ขืนมีก็คงยากที่พี่ไทยเราจะเดินดุ่ยๆ ดีไม่ดีเจอคนบ้าข้างถนนเข้าไปกอดแทน ฯลฯ
.
จะเห็นว่า วัฒนธรรมที่ต่างกัน บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง อย่างประเทศไทยการกอดคนอื่นโดยเฉพาะเพศตรงข้าม กลายเป็นถูกมองว่าแต๊ะอั๋ง อย่ามาแตะตัว หรือยุคนี้กอดเพศเดียวกันก็อาจถูกมองว่ารักร่วมเพศไปเสียอีก อะไรทำให้เขาคิดแบบนั้นก็ไม่รู้สินะครับ
.
หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ตามหลักจิตวิทยาแล้ว กอด สามารถใช้เป็นวิธีการเยียวยาผู้ป่วยได้
.
ในหน่วยงานทางการแพทย์ใหญ่ๆ ในต่างประเทศหลายแห่ง มีการนำการสัมผัสด้วยการกอดมาใช้มานมนานแล้ว
.
นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการสัมผัส (touch) อีกด้วย วิธีนี้คือ…. …การใช้สัมผัสถ่ายทอดกำลังใจ ความรัก ความอบอุ่น ความห่วงใยไปสู่ผู้ป่วยประกอบกับการใช้ยาที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้ช่วยหายเร็วขึ้นและมีกำลังใจสูงขึ้นอีกด้วย
.
Dolores Krieger R.N. Ph.D. ผู้เชี่ยวชาญในสาขาการบำบัดด้วยการสัมผัสแห่ง New York University กล่าวว่า……..บุคคลที่ได้รับการกอด หรือ กอดผู้อื่น จะทำให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของฮีโมโกลบิน ทำให้การลำเลียงของออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ให้ทำงานได้อย่างทั่วถึงทำให้สดชื่น มีชีวิตชีวา
.
ในประเทศแถบเอเชีย เช่น อินเดีย มีศูนย์ Delhi Sanjivini ศูนย์รักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านจิตใจที่มีชื่อเสียงของอินเดีย ได้ใช้วิธีการรักษาผู้ป่วยจิตเภท (schizophrenia) ด้วย…..การกอด โดยจัดหาอาสาสมัครที่จะมาบำบัดผู้ป่วยที่เป็นเพศเดียวกันกับผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยจิตเภทจะมีลักษณะของการถดถอย (regression) จึงนำวิธีการรักษาที่เป็นธรรมชาติมาใช้ เช่น ถ้าเด็ก 2 ขวบร้องไห้ ก็นำเด็กมานั่งตัก แล้วโอบกอดไว้ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือที่ง่าย ๆ ไม่ต้องอาศัยหลักการใด ๆ ให้ยุ่งยาก
.
Virginia Satir นักบำบัดจิตวิทยาครอบครัว กล่าวว่า…..
……. คนเราต้องการการกอด วันละ 4 ครั้ง เพื่อการดำรงชีวิต
……. คนเราต้องการการกอด วันละ 8 ครั้ง เพื่อการดำเนินชีวิต และ
……  คนเราต้องการกอดวันละ 12 ครั้ง เพื่อการเจริญเติบโต

…… การกอดไม่เพียงแต่ส่งผลต่ออารมณ์เท่านั้น แต่การกอดมีประโยชน์อีกมากมายอย่างที่คุณไม่เคยคิดถึงมาก่อน ดังนี้:-

1). ทำให้เรารู้สึกดีต่อตนเอง และสิ่งแวดล้อม คลายความรู้สึกหายเหงา เอาชนะความกลัวได้เป็นประตูเป็นไปสู่ความสึกอื่น ๆ สร้างความภาคภูมิใจ เป็นการช่วยคนที่ไม่มีใครสนใจ ลดความตึงเครียด และช่วยให้ต่อสู้กับอาการนอนไม่หลับ
.
2). ลดความเจ็บปวด ในผู้ป่วยทั้งที่มีอาการเรื้อรังและไม่เรื้อรัง การทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณฮีโมโกลบิน และช่วยให้ร่างกายส่งเลือดมาหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณที่บาดเจ็บเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด มีการศึกษาวิจัยโดย Daved Bresler แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสเองเจลลิส ยืนยันว่า จากการทดลองให้ผู้ป่วยหญิงทีทุกข์ทรมานเพราะความเจ็บปวดก่อนคลอด ได้รับการกอดโดยสามีบ่อย ๆ พบว่า ความเจ็บปวดลดลง

3). ลดความรู้สึกในทางลบ เช่น หวาดกลัว กังวล โกรธเกรี้ยว ไม่สบายใจ อันเป็นผลมาจากความป่วยไข้ไม่สบายกาย ในบางรายที่เป็นโรคร้ายชนิดรุนแรง เช่น มะเร็ง เอดส์ นั้น ผู้ป่วยต้องเรียนรู้ว่า เมื่อมีโรคร้ายอยู่ในตัว ชีวิตหลังจากนี้จะต้องเปลี่ยนไป จึงจำเป็นต้องกอดผู้ป่วยเพื่อประคองภาวะอารมณ์ ลดความรู้สึกในทางลบ ไม่ท้อแท้ต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายนั้น

4). ช่วยการพัฒนาการในเด็กพิการหรือเด็กออทิสติก ทำให้เกิดผลด้านบวกของการพัฒนา IQ และเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านสรีระ การสัมผัสช่วยให้เด็กคลอดก่อนกำหนดได้รับการชดเชยเหมือนอยู่ในตู้อบ ทำให้เด็กเติบโตและมีทักiษะในการดำเนินชีวิต

5). ช่วยให้คนที่ขาดการกอด หรือการสัมผัสมีอาการดีขึ้น เพราะการกอดหรือการสัมผัส นั้นจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงชีวิต คนที่ขาดการกอด (หรือการสัมผัส) จะมีความเสี่ยงต่อความปวดร้าวรุนแรงในจิตใจ เมื่อเกิดความผิดหวังบางอย่างในชีวิต

ที่มาบทความ: โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา

แม้แต่ลิงก็ยังต้องการความอบอุ่น https://www.facebook.com/220036768134715/photos/pb.220036768134715.-2207520000.1450961030./485580518247004/?type=3&theater

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 20/05/2016 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: