AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ขณะที่มีความสุขกับชีวิต ให้แบ่งปันความสุขนี้ให้กับผู้อื่นด้วย

แผนที่เขาชะงุ้ม .

ยอดคน

ชายชราที่ดูยากจนและแสนธรรมดา แต่สิ่งที่เขาทำ กลับทำให้มหาเศรษฐีของโลก อย่าง Bill Gates และ Warren Buffett นับถือและนำมาเป็นแบบอย่าง

Chuck Feeney ชายชราวัย 76 ปี  ที่น่าสนใจและแตกต่างจากเศรษฐีใจบุญทั้งหลายที่เรารู้จักก็คือ เขาเป็นคนที่อยู่แบบเรียบง่ายมาก  เขาใช้นาฬิกาถูก ๆ ยี่ห้อคาสิโอ ราคา 15 เหรียญ หรือ 450 บาท นาฬิกาของคนทั่ว ๆ ไปยังแพงกว่านี้ เขาไม่มีรถส่วนตัว ไปไหนมาไหนก็นั่งรถไฟฟ้าหรือรถไฟ   เสื้อผ้าก็แต่งแบบธรรมดาไม่่ใช่แบรน์ดแนม  บ้านก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร   ส่วนลูกก็เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เพราะเขาต้องการสอนลูกให้รู้จักพึ่งพาตัวเอง

เช่าบ้านอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโกกับภรรยา เขาไม่เคยสวมเสื้อผ้าแบรนด์เนม เขาไม่ชอบทานอาหารหรู ที่เขาชอบที่สุดคือแซนวิชชีสย่างมะเขือเทศที่ราคาแสนถูก เขาใช้แว่นตาเก่าๆ ใส่นาฬิกาธรรมดา และไม่มีรถขับ การเดินทางก็มักใช้บริการรถโดยสาร

หากคุณไปทานอาหารกับเขา เขาจะตรวจสอบบิลอย่างละเอียด หากคุณอาศัยอยู่ในบ้านของเขา ก่อนที่จะเข้านอน เขาจะเตือนให้คุณปิดไฟอย่างแน่นอน

คนจนที่มัธยัสถ์เช่นนี้ คุณรู้ไหม ก่อนเขาอายุ 76 เขาได้ทำอะไรมาบ้าง?

เขาได้บริจาคเงิน 588,000,000 เหรียญสหรัฐให้มหาวิทยาลัยคอร์แนล โดยห้ามมหาวิทยาลัยไ่ม่ให้ประกาศชื่อผู้บริจาค
บริจาค 125,000,000 เหรียญสหรัฐ ให้มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย
และบริจาค 60,000,000 เหรียญสหรัฐ ให้มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ต

เขายังได้ลงทุน 1,000,000,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อปรับปรุงมหาวิทยาลัยอีก 7 แห่ง และอีก 2 แห่งในไอร์แลนด์เหนือ

เขาจัดตั้งกองทุนการกุศล ให้ค่ารักษาพยาบาลฟรี สำหรับเด็กปากแหว่ง ในประเทศที่กำลังพัฒนา

เขาได้บริจาคเงินทั้งสิ้น 4,000,000,000 เหรียญสหรัฐ และยังมีอีก 4,000,000,000 เหรียญสหรัฐ รอที่จะบริจาค

ชายชราผู้ใจกว้างมากท่านนี้ เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นเจ้าของ DFS บริษัทดิวตี้ฟรี (Duty Free) อันดับ 1 ของโลก เขารักการหาเงิน แต่จะใช้เงินอย่างประหยัดมาก

ขณะนี้ Chuck Feeney มีความปรารถนาว่า….. ก่อนปี 2016 เขาจะบริจาคเงินที่เหลือให้หมด เพื่อจะได้ตายตาหลับ ขณะนี้เงินที่เหลืออยู่ได้กระจายไปทั่วโลกให้พื้นที่จำเป็น ในอัตรา 400,000,000 เหรียญสหรัฐ ต่อปี

เขาเป็นตัวอย่างสำหรับคนรวยที่ว่า “ในขณะที่มีความสุขกับชีวิต ให้แบ่งปันความสุขนี้ให้กับผู้อื่นด้วย
การทำการกุศลของ Chuck Feeney เป็นที่โด่งดังมาก ผู้สื่อข่าวจำนวนมากเดินทางมาถึงบ้านของเขา ทุกคนล้วนแปลกใจ และถามว่า…

— Chuck Feeney คุณมีทรัพย์สินมากมาย ทำไมถึงไม่ไปมีชีวิตที่สวยหรู

เพื่อตอบข้อสงสัยของทุกคน Chuck Feeney ยิ้มและบอกเล่าเรื่องราว:

“สุนัขจิ้งจอก พบไร่องุ่นที่เต็มไปด้วยผลไม้ อยากจะเข้าไปในไร่ เพื่อกินองุ่นให้เต็มที่ แต่มันอ้วนเกินไป เลยมุดผ่านรั้วไปไม่ได้   ดังนั้นมันจึงไม่กิน ไม่ดื่มอยู่สามวัน และแล้วตัวมันก็ผอมลง และมุดผ่านรั้วไปได้!   เมื่อกินอิ่มเป็นที่พึงพอใจแล้ว แต่…ตอนที่จะกลับออกไป กลับออกไม่ได้ ทำอย่างไรก็ไม่ได้ เมื่อไม่มีทางเลือก มันเลยต้องอดน้ำอดอาหาร อีกสามวันสามคืน  สุดท้ายแล้วท้องของมันตอนที่ออกมาก็เหมือนกับตอนที่มันเข้าไป”

เมื่อเล่าเสร็จ Chuck Feeney กล่าวว่า……  “บนสวรรค์นั้นไม่มีธนาคาร ทุกคนเกิดมากับความว่างเปล่า ในที่สุดก็ จากไปมือเปล่า ไม่มีใครสามารถนำความมั่งคั่งกลับไปได้ ”

— สื่อถาม Chuck Feeney ทำไมต้องบริจาคออกไปจนหมด

คำตอบของเขาง่ายมาก และไม่มีใครคาดถึง เขากล่าวว่า “เพราะถุงศพไม่มีกระเป๋า

ที่จริงแล้วความจนของเขา เกิดจากการบริจาคเงินมหาศาล เขาช่างเป็นคนที่ยิ่งใหญ่จริงๆ สิ่งที่เขาได้มา ได้ส่งคืนกลับไปสู่สังคมทั้งหมด มันทำให้เขามีความสุขมากกว่ามีเงินเป็นหมื่นล้านเสียอีก…

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร Forbes…

 

เศรษฐีผู้สันโดษ

เมื่อหลายเดือนก่อนมีข่าวเกี่ยวกับเศรษฐีอเมริกันคนหนึ่ง เศรษฐีคนนี้ร่ำรวยมาก แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เขาโด่งดัง
เขาตกเป็นข่าวเพราะเขาบริจาคเงินเพื่อสาธารณกุศลเป็นเงิน ตลอด ๒๙ ปีที่ผ่านมารวมเป็นเงิน ๗,๕๐๐ ล้านดอลลาร์ หรือกว่า ๒ แสนล้านบาท
ทั้งนี้โดยทำอย่างเงียบ ๆ ไม่ประกาศตัว

มีคนใจดีหลายคนที่เป็นข่าวครึกโครมว่าบริจาคเงินก้อนโตเพื่อส่วนรวมหรือเพื่อสาธารณกุศล เช่น บิล เกตส์ ซึ่งรวยเป็นอันดับหนึ่งของโลก
แต่ชัค ฟีเนย์ บริจาคเงินแบบเงียบ ๆ มานานมาก อย่างนี้ไม่เรียกว่าปิดทองหลังพระ แต่เป็นการปิดทองใต้ฐานพระทีเดียว
เขาเป็นเจ้าของร้านขายสินค้าปลอดภาษี ไม่น่าเชื่อว่าธุรกิจนี้จะทำรายได้ให้กับคนคนหนึ่งเป็นแสน ๆ ล้านบาท

ที่น่าสนใจและแตกต่างจากเศรษฐีใจบุญทั้งหลายที่เรารู้จักก็คือ เขาเป็นคนที่อยู่แบบเรียบง่ายมาก มีเงินเป็นแสน ๆ ล้าน รวยกว่าเจ้าสัวในเมืองไทยหลายคน
แต่ใช้นาฬิกาถูก ๆ ยี่ห้อคาสิโอ ราคา ๑๕ เหรียญ หรือ๔๕๐ บาท นาฬิกาของคนทั่ว ๆ ไปยังแพงกว่านี้ เขาไม่มีรถส่วนตัว ไปไหนมาไหนก็นั่งรถไฟฟ้าหรือรถไฟ
เสื้อผ้าก็แต่งแบบเชย ๆ บ้านก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ส่วนลูกก็เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เพราะเขาต้องการสอนลูกให้รู้จักพึ่งพาตัวเอง

เงินที่เขาบริจาคให้แก่ส่วนรวม คิดเป็น 99% ของรายได้ทั้งหมด หมายความว่า หาเงินมาได้ 100 ทำบุญไปถึง 99 บาท  ผ่านมูลนิธิที่เขาตั้งขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ทางด้านสาธารณสุข วิทยาศาสตร์ การศึกษา และสิทธิพลเรือนทั่วโลก อันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่มีความสันโดษ

สันโดษ ไม่ได้แปลว่า ยากจน หรือ อยู่อย่างเรียบง่ายตามที่เราเข้าใจเท่านั้น บางคนสันโดษแบบกินน้อย ใช้น้อย แล้วก็เลยหาน้อยไปด้วย
สันโดษ ไม่ได้หมายความอย่างนั้นเสมอไป ถึงแม้ใช้น้อย กินน้อย แต่ถ้าหามากก็ดีเหมือนกัน ไม่ได้หามากเพื่อเอาเข้าตัวเอง  แต่เป็นการหามากทำมากเพื่อช่วยเหลือส่วนรวม

เดี๋ยวนี้เรามักเข้าใจว่า สันโดษ คือ ความพอเพียง ไม่ใช่แค่ใช้พอเพียง แต่รวมถึงทำงานอย่างพอเพียงด้วย หมายความว่ากินน้อย ใช้น้อย ก็เลยทำน้อยไปด้วย  เช่น ใช้เดือนละ 3,000 บาท ก็หาแค่ 3000 บาทก็พอ แล้วเวลาที่เหลือเอาไปทำอะไร  เวลาที่เหลือก็นั่งเล่น นอนเล่น อย่างนี้ไม่ใช่สันโดษในทางพระพุทธศาสนา

สันโดษในทางพระพุทธศาสนา นั้นจะต้องควบคู่กับความขยันหมั่นเพียร แต่ความขยันดังกล่าวไม่ได้มีจุดมุงหมายปรนเปรอตัวเอง แต่มุ่งช่วยเหลือส่วนรวม มีเวลาเหลือก็ไปเป็นจิตอาสา ช่วยเหลือส่วนรวมด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน มีหลายคนที่มีความสามารถ เขาทำมาหาเงินได้นิดหน่อยก็พอแล้ว เพราะใช้น้อย  ส่วนเวลาที่เหลือเขาก็ไปเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้คน อาทิตย์ละ 3-4 วันบ้าง หรืออาทิตย์ละวันบ้าง

สังคมไทยหากมีคนที่สันโดษแบบนี้มาก ๆ ย่อมเจริญก้าวหน้าและสงบร่มเย็นกว่านี้อย่างแน่นอน

พระไพศาล วิสาโล

http://www.visalo.org/article/buddhika56.html

 

ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือมหาเศรษฐี เราก็ควรจะต้องรู้จักคำว่า “ประหยัด” กันทั้งนั้น

1. อยู่บ้านธรรมดา

ถึงแม้เหล่ามหาเศรษฐีจะสามารถซื้อบ้านหลังละเป็นร้อยๆล้านได้ แต่ว่านั่นไม่ได้แปลว่า เราต้องอยู่บ้านที่หรูหราแบบนั้นเลย  คาลอส สลิม เฮลู (Carlos Slim) มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก  เขาอยู่บ้านหลังเดิมที่เขา อยู่มาตลอด 40ปี ไม่ได้อยู่บ้านไฮโซหรูหราอย่างที่ทุกคนคิดเลย

 

2. ใช้ทางสาธารณะหรือรถสาธารณะ

มหาเศรษฐีหลายๆคนอย่าง จอห์น คูดเวล (John Caudwell) เจ้าขอุงธุรกิจโทรศัทพ์มือถือ รวมไปถึงชัค ฟรีนีย์ (Chuck Feeney) ผู้ร่วมก่อตั้ง “Duty Free”  พวกเขามักชอบที่จะเดินหรือปั่นจักรยานไปในทางสาธารณะมากกกว่า ถึงแม้เค้าจะสามารถที่จะขึ้นเครื่องบินส่วนตัว ได้แต่เขาเลือกที่จะเดินเพื่อออกกำลังหรือไม่ก็เดินทางด้วยรถสาธารณะ

 

3. ไม่ฟุ่มเฟือยกับเสื้อผ้า

ในขนะที่บางคนซื้อเสือผ้าโดยไม่คำนึงถึงเรื่องเงินแต่เหล่ามหาเศรษฐีหลายๆคนอย่าง มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ด เจ้าของ Facebook  เดวิด เชอริตัน (David Cheriton) ศาสตราจารย์ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ยังชอบที่จะใส่เสิ้อยืดและยีนส์ธรรมดาเลย อีกทั้งมหาเศรษฐีหลายๆคนยังหลีกเลี่ยงการซื้อสูทเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น

 

4. ตัดผมด้วยตัวเอง

โดยเฉลี่ยแล้วค่าตัดผมต่อปีจะอยู่ที่หลายดอลล่าร์อยู่ หรือถ้าจะจ้างสไตลิสต์ส่วนตัวมาตัดก็จะเสียค่าตัดผมมากขึ้นอีก แต่ไม่ใช่กับ จอห์น คูดเวล (John Caudwell)  มีความสุขที่ตัดผมด้วยตัวเองที่บ้านไม่ต้องออกไปตัดให้เสียเงิน

 

5. ขับรถธรรมดา

มหาเศรษฐีส่วนใหญ่อาจจะมีทั้งรถหรูหรา เรือส่วนตัว หรือแม้กระทั่งเครื่องบิน แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าของพวกนี้สำคัญเสมอไป  อย่างจิม วอลตัน (Jim Walton) เจ้าของห้างวอลมาร์ท Wallmart เขายังขับรถกระบะที่มีอายุถึง 15 ปีของเขา  อีกทั้งมหาเศรษฐีหลายๆคนที่ใช้รถเก่าไม่ได้ตามกระแสอย่าง อซิม พรีมิจ (Azim Premji) มหาเศรษฐีจากอินเดียเขายังขับรถที่ใช้มานานนับ 10 ปีเลย

 

6. หลีกเลี่ยงของหรูหรา

มหาเศรษฐีอย่าง คาลอส สลิม เจ้าพ่อโทรคมนาคมที่รวยที่สุดในโลก เขาไม่ได้เป็นเจ้าของเรือยอร์ชหรือเครื่องบินหรอก เพราะเขาคิดว่าสิ่งพวกนี้มันไม่ได้จำเป็นต่อชีวิตเลย อีกทั้งมหาเศรษฐีหลายๆคนก็พยายามที่จะเลี่ยงของหรูหราพวกนี้เช่น วอร์เรน บัฟเฟต์ (Warren Buffett) ยังได้เคยออกมาพูดว่าของพวกหรูหราพวกนี้มันช่างไร้สาระ

 

ลองนำวิธีชีวิตของเศรษฐีโลก มาลองปรับใช้กับตัวเราดู ว่าเราสามารถเอาแบบอย่างได้มากน้อยแค่ไหน แล้วคุณอาจจะเป็นอีกคน ที่มีเงินเก็บมากขึ้นก็ได้

http://money.sanook.com/60004/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 22/05/2016 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: