AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

2

ดร. สุวรรณ วลัยเสถียร…….สอนคนทำงานให้ออมเงิน

รวย…มั่งคั่ง… ใครบ้างไม่อยากมี แต่ใช่ว่าเส้นทางไปสู่ความรวยและความมั่งคั่ง จะทอดยาวจากหน้าประตูบ้านของทุกๆคน หากแต่ตัวคุณเองนั่นแหละ ที่เป็นผู้เลือกและลิขิตเองว่า จะเดินบนเส้นทางไหนระหว่างรวยกับจน เพราะความรวยไม่ใช่อวัยวะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เมื่อคุณเริ่มทำงาน หาเงินได้ และรู้จักการออม เส้นทางแห่งความร่ำรวย ย่อมมีโอกาสทอดยาวมาสู่คุณ เฉกเช่นชายวัย 60 ปี ท่านนี้ “ ดร. สุวรรณ วลัยเสถียร “ อดีต รมช. พาณิชย์ ,และประธานชมรมคนออมเงินคนทำงานที่ขึ้นชื่อว่า ประหยัดและอดออม และมีความรู้เรื่องการออมเงินติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

การออมเงินนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนทำงาน โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจและสังคมในยุคน้ำมันแพง เพราะนอกจากจะเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับคุณและครอบครัวแล้ว ยังช่วยปลูกฝังค่านิยมในการออมและการลงทุนให้กับบุตรหลานรู้จัก การประหยัด และกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีวินัยในการใช้จ่ายเงินในอนาคต ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร เป็นนักออมเงิน นักลงทุนจากการเก็บออม ที่ทำอย่างมีวินัยและต่อเนื่อง แบบอย่างที่ดีในการออมเงินของท่านน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน

 

at office : อาจารย์เป็นนักออมเงินที่มีทรัพย์สินมากถึง 700 ล้านบาท จากการออมจริงหรือไม่คะ

ใช่ครับ ทรัพย์สินทั้งหมดเกิดขึ้นจากการเราประหยัดและเก็บออม รู้จักใช้เงินที่ได้มาจากการทำงาน เก็บออมอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ตั้งแต่ผมอายุ 14-15 ปี จนถึงปัจจุบัน 60 ปี

 

at office : แรงบันดาลใจ ที่ทำให้อาจารย์ประหยัดและอดออมเริ่มมาตั้งแต่ทำงานครั้งแรก

ตั้งแต่วัยเยาว์เลยครับ เพราะครอบครัวผมยากจน ผมซึบซับและรู้สึกมาว่าความยากจนเป็นอย่างไร และคิดเสมอว่าเมื่อเราโตขึ้นเราทำงานแล้วเราต้องไม่จน อีกหน่อยลูกเรา หลานเราก็ต้องไม่จน เป็นปรัชญาของชีวิตที่เราต้องตั้งเป้าว่าทำอย่างไรเราถึงจะไม่จน ผมได้แต้มต่อได้เปรียบคนอื่นๆ เพราะว่าคุณพ่อของผมยากจน แต่ถึงแม้จะจนท่านก็สอนให้พวกเราขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ สมัยเด็กๆ มีพ่อแม่ชี้นำทางเราก็ได้เปรียบ ทุกตรุษจีน มีอังเปาพ่อแม่ก็สอนให้เราเก็บ พอเราเขียนหนังสือได้ อายุ 12-13 ปี คุณพ่อก็พาไปแบงค์กสิกร ไปเปิดบัญชีออมทรัพย์ ผมมีเงินก้อนแรกที่ฝาก 165 บาท ที่ได้จากการเก็บสะสมจากค่าขนมและอั่งเปา เมื่อมีสมุดคู่ฝากครั้งแรกก็จับมือสั่น ดีใจมาก…สมใจเรา จากนั้นก็ค่อยๆ สร้างอนาคตขึ้นมาจากการเก็บออม เพราะรู้สึกภูมิใจ เก็บสะสมเงินออมมาเรื่อยๆ

 

at office : แล้วมีบ้างมั้ยที่วินัยในการออมเงินเราเริ่มเปลี่ยนแปลง

ไม่หรอกครับ ผมทำต่อเนื่องมาตลอด แต่มาในช่วงหนึ่ง การเก็บเงินของผมต้องหยุดชะงักในช่วงผมจบปวช. ทางบ้านยากจนครับ ไม่มีโอกาสเรียนมหาวิทยาลัย ต้องทำงานตลอดเวลา ตอนนั้นฐานะการเงินที่บ้านลำบากมาก หาเงินมาก็ต้องให้พ่อแม่ ผมได้รับเงินเดือน 1,300 บาท ให้พ่อแม่ 1,000 บาท เราเหลือ 300 บาท จึงไม่ได้ออมเงินในช่วงนั้น แต่พอทำงานปี 1 เราก็เปลี่ยนงานได้เงินเดือน 3,300 บาท เราทำงานปีเศษก็เก็บเงินซื้อโตโยต้าโคโรล่าได้เลย ดีใจเหลือเกิน

ผมไม่มีโอกาสเรียนมหาวิทยาลัย เพราะต้องทำงาน จนกระทั่งปี 2508 จุฬาฯ เปิดภาคค่ำจึงได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเลือกเรียนคณะนิติศาสตร์ ผมเรียนจบปวช.จากเป็นโรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ พอมีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษ จึงเลือกเรียนต่อด้านกฎหมาย เพราะมองว่าทนายที่เก่งภาษาอังกฤษก็จะได้เปรียบคนอื่นๆ คู่แข่งก็น้อยลง ก็เลยได้เปลี่ยนมาทำงานออฟฟิศเป็นนักกฏหมายมา 36 ปี แล้วครับ

 

at office : หลังมาเป็นนักกฎหมาย สไตล์การออมเงินของอาจารย์เป็นอย่างไรบ้าง

ไม่เปลี่ยนเลย ผมก็ออมมาตลอดชีวิต การออมถ้าจะให้ดีต้องทำนานและมีวินัยในการออม คือ ออมวันนี้ ออมพรุ่งนี้ ตอนผมอายุ 12 -13 ปี เริ่มเปิดบัญชีกับแบงก์กสิกร ในตอนนี้ผมอายุ 60 ปี ผมก็ยังออมเงินอยู่ จุดแข็งของคนทำงานได้เงินเดือนดีจะต้องมีวินัยในการออมและต้องทำต่อเนื่อง ก็จะได้เปรียบเพื่อนที่เขาไม่ได้ออมเงินตั้งแต่แรก ผมออมเงิน 20 เปอร์เซ็นต์ จากเงินเดือน 20,000 บาท เมื่อ 30 ปีก่อน ผมใช้น้อย เงินที่เหลือก็เลยกลายเป็นเงินออมทั้งหมด

 

at office : คนทำงานต้องรัดเข็มขัดประหยัดเงิน เพราะปัญหาน้ำมันแพง ดอกเบี้ย ขยายตัวน้อย เงินเฟ้อสูงขึ้น มีคำแนะนำสำหรับคนออมเงินในยุคนี้อย่างไรบ้างคะ

หากพูดถึงเรื่องการออมเนี่ย เราต้องคิดก่อนว่า…. การใช้เงินมีรายได้กับรายจ่าย  หากเกิดภาวะเศรษฐกิจไม่ดีเราต้องเริ่มเก็บออมให้มากขึ้น  การออมเราต้องมาบีบรายจ่ายก่อน  

ผมเสนอให้คนเมืองเนี่ย ซื้อคอนโดมิเนียมในเมือง เพราะคนเราไม่ว่าจะรวยหรือจน วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง ถ้าเราทำงานออฟฟิศไปกลับใช้เวลาแค่ 15 นาที ประหยัดนะ แต่ถ้าไปซื้อบ้านอยู่ไกลอยู่ถึงบางบัวทอง กว่าจะขับรถออกจากบ้านไปทำงานครั้งละชั่วโมงกว่า แล้วกว่าจะได้กลับบ้านอีกละ เมื่อก่อนน้ำมันลิตรละ 13 บาท เดี๋ยวนี้ลิตรละ 27-28บาท ตายเลย ค่าน้ำมัน 200-300 บาท / วัน ยังไม่รวมค่าทางด่วน บางคนถึงกับทิ้งรถไว้ที่บ้านและนั่งรถตู้มาทำงานวันละ 40 บาท เพราะค่าน้ำมันแพง   คนทำงานจึงต้องพิจารณารายจ่ายที่เกิดขึ้นจากการเดินทางไปทำงาน  หากต้องการประหยัดให้หาที่พักอยู่ใกล้ออฟฟิศ

อันดับที่สอง คือ หากคุณมีเงิน 1 ก้อนหนึ่ง ผมชอบลงทุน ผมก็สอนให้คุณลงทุนอยู่กับบ้านหากว่าคุณมีเงิน 3 ล้านบาท ฝากแบงค์ได้ดอกเบี้ยไม่มาก 3-4เปอร์เซ็นต์ คุณฝากเงิน 5 ปี เงินก้อน 3 ล้านก็ยังอยู่ 3 ล้าน แต่ถ้าคุณเอาเงิน 3 ล้านไปลงทุน ซื้อคอนโดมิเนียมให้เช่า คุณได้ค่าเช่าเดือนละ 5-6 เปอร์เซ็นต์ ลงทุน 3 ล้านคุณได้ปีละ 1 แสน 5 หมื่นบาท มันคุ้มนะครับ และตอนนี้ชาวต่างชาติทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น อยู่เมืองไทยเยอะ ก็นำคอนโดมิเนียมมาจัดให้เขาเช่าเดือนละ 1 หมื่นกว่าบาท คอนโด 3 ล้าน ก็กลายเป็นคอนโด 5 ล้าน เรียกว่าคุ้มค่ามาก คนเราจะออมเงินอันดับแรกเลย ก็ต้องซื้อบ้านก่อน เพราะบ้านหรือคอนโดเป็นทรัพย์สินที่ประเภทยิ่งใช้ราคายิ่งขึ้น และการผ่อนบ้านก็ช่วยลดหย่อนภาษีได้ด้วยประมาณปีละ 50,000 บาท

 

at office : สัดส่วนการออมเงินที่เหมาะสมกับคนทำงานในยุคปัจจุบัน ควรจะเป็นเท่าไรจึงจะเหมาะสมคะ

ผมคิดว่าครอบครัวหนึ่ง ลำดับแรก ต้องตั้งเป้าการออมไว้ได้สัก 20-30 เปอร์เซ็นต์/เดือน   เราต้องตั้งเป้าการออมให้สูงจึงจะทำให้ถึงเป้าได้  ถ้าตั้งเป้าการออมต่ำตายเลย ทำงานเงินเดือนสูงแต่ออมเงินแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ หรือบางคนออมเงินเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะแทบจะไม่เหลืออะไรเลย

อันดับที่สอง ต้องออมอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน ไม่ใช่ว่าออมวันนี้แล้ว พรุ่งนี้ถอนหรือนำเงินออกมาใช้ และ อันดับที่ 3 การออมมีหลายรูปแบบ ไม่ใช่การนำเอาเงินไปฝากใส่แบงค์เสมอไป ยกตัวอย่าง แม่ค้าขายของที่ตลาดเหลือเงินสำหรับการออม 2,000 – 3,000 บาท อยากออมแต่ไม่อยากนำเงินไปฝากแบงค์ ก็ไปซื้อทองคำสลึงหนึ่ง ก็เป็นเงินออมเหมือนกัน ออมไปออมมาได้เงินมาอีก 2,000 – 3,000 บาทก็ไปซื้อทองอีก ไปเปลี่ยนจากสลึงหนึ่งเป็นสองสลึงก็ได้ การออมตามสุภาษิตไทย มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท ออมไปเรื่อยๆ หากออมเป็นเครื่องประดับต้องซื้อของที่ไม่ด้อยค่า ต้องซื้อทอง ซื้อเพชร ตอนเด็กๆ ผมก็ซื้อที่ห้างทองตั้งโต๊ะกังและผมเก็บสะสมมาตลอด การซื้อทองคำนี่ดีนะครับ เพราะราคาขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ ออมแล้วมีความสุข และการซื้อทองคำ นับเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่มีความเสี่ยงน้อยมาก สามารถซื้อมาขายไปได้คล่องกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารในยุคปัจจุบัน

 

at office : การออมเงินในระดับของครอบครัว มีข้อดีมากกว่าการออมเงินส่วนบุคคลอย่างไรบ้างคะ

ผมโชคดีที่ภรรยาก็เป็นคนเก็บออม เรียกว่า เป็นคู่ทุกข์คู่ยากกันมา การที่ภรรยาออมเงิน สองแรงแข็งขันทำให้การออมโตเร็วขึ้น  เรามีลูกก็สอนลูกให้ประหยัด ลูกเราต้องเข้าสนามแข่งขันต้องไปสู้กับคนอื่นๆ เราต้องสร้างให้เด็กมีระเบียบวินัย ตรงเวลา หนักเอาเบาสู้ ที่สำคัญต้องขยันอดออม และต้องทำงานเป็นทีม สมัยนี้การทำงานเป็นทีมสำคัญมาก เหมือนกับการออม หากออมเงินเป็นทีมก็ได้แต้มต่อที่มากขึ้น กว่าการออมเงินแค่บุคคลใดบุคคลหนึ่งในครอบครัว สมัยนี้การทำอะไรมันต้องมีตัวช่วย การมีแต้มต่อได้เปรียบกว่าที่เราจะออมเงินคนเพียงเดียว

 

at office : การจัดสรรเรื่องรายรับ รายจ่าย ต่างๆ ล่ะคะ หากเราไม่มีความรู้เรื่องการเงิน ทำอย่างไรถึงจะ

จัดสรรรายรับรายจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผมขอยกตัวอย่างเป็นบริษัทแล้วกันนะจะได้เห็นภาพที่ชัดเจน ถ้าเราเกิดขี้เกียจดูแลบริษัทให้ใช้ทฤษฎีกล่องวิเศษ ซึ่งผมเลียนแบบทฤษฎีนี้มาจากฝรั่ง พวกฝรั่งเขาบอกว่าถ้าคุณไม่รู้เรื่องการเงิน เรื่องการบัญชี ให้ไปจ้างสำนักงานบัญชีมาช่วยดูแล ให้สำนักงานเหล่านี้นำกล่องมาทิ้งไว้ 1 ใบ อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการเงิน ไม่ว่าจะเป็นสมุดเช็ค ใบกำกับภาษี ใบเสร็จใบวางบิลต่างๆ ทุกอย่างทิ้งไว้ในกล่องแล้วให้เขามาเก็บทุกสองอาทิตย์ เพื่อนำไปทำบัญชีรายรับรายจ่าย ใบเสร็จนี้ใช้ ไม่ใช้เอกสารนี้ครบ เอกสารนี้ไม่ครบ พอเขาเก็บไปก็เอากล่องเก่ามาวาง ทุกอย่างสมัยนี้คนเราเก่งหมดไม่ได้ เพราะว่ามันมีเรื่องกฎหมายระเบียบต่างๆ มากมายที่ละเอียดอ่อน คุณก็จ้างให้ OUTSOURCE ในสิ่งที่เราไม่ชำนาญ นี่แหละครับทฤษฎีกล่องวิเศษ การจ้างสำนักงานการบัญชีไม่แพงหรอก ถ้าคุณเป็นวิศวกรจะมาศึกษาเรื่องบัญชี อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เข้าหัว ปวดหัวตายเลย

 

at office : แล้วสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดีอย่างนี้ วิธีการออมเงินประเภทใดจะให้ประโยชน์สูงสุดคะ

สถานการณ์เงินเฟ้อ คุณทำอะไรไม่ได้ คุณจะหนีไปอยู่ประเทศอื่นๆ คุณก็ไม่อยากไป ก็ต้องทำอย่างนี้ ทำสิ่งที่ทำให้เงินออมของคุณมันโตเร็วกว่าเงินเฟ้อ ก็เรื่องซื้อบ้านให้เขาเช่าแบบที่ผมบอก หรือว่าซื้อกองทุน สมัยนี้มีกองทุนอสังหาริมทรัพย์เพราะซื้อบ้านแล้วเราดูแลไม่เป็น ยกตัวอย่าง บลจ. ทหารไทย เขาเอากองทุนอสังหาริมทรัพย์ของ บมจ. เซ็นทรัลพัฒนาเซ็นทรัลพระราม 2 และเซ้นทรัพพระราม 3 มาขาย เขาได้เงินไปตั้งเยอะ เพราะมีผู้บริโภคสนใจ ดอกผลจากกองทุนของเซ็นทรัลพัฒนาผล ปีละประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ ผมว่าก็ไม่เลว ถ้าดอกผลปีละ 7% เงินเฟ้อในปัจจุบันอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ คุณได้กำไรจากดอกเบี้ยทำให้คุณได้ประโยชน์จากเงินของกองทุนถึง 4 เปอร์เซ็นต์

 

at office : หากเราไม่มีความรู้เรื่องกองทุน เราออมเงินโดยการฝากเงินกับแบงก์ หรือการเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ สถานการณ์ไหนเหมาะสมกว่ากันคะ

เล่นหุ้นต้องดูหุ้นพลังงาน อย่าไปดูหุ้นอสังหาริมทรัพย์ เพราะตลาดหุ้นอสังหาริมทรัพย์มันอิ่ม ตัว ส่วนหุ้นกลุ่มสื่อสารก็แข่งกันลดราคา ส่วนการซื้อกองทุนไม่ยาก ปัจจุบันมีกองทุน 3-4 ประเภท คือ กองทุนตราสารหนี้ที่ซื้อพันธบัตรและซื้อหุ้นกู้ กลุ่มนี้แต่ว่าดอกเบี้ยน้อย ส่วนกองทุนหุ้นความเสี่ยสูง แต่ถ้าหุ้นขึ้นก็กำไรดี แต่คุณต้องคอยโยกไปโยกมา แต่ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม ส่วนการฝากเงินอย่างเดียวข้อดีคือปลอดภัย แต่ว่าดอกผลน้อย เราต้องาดูสิว่าเราถนัดอะไรชอบอะไรเพื่อให้การออมเงินของเราเพิ่มมูลค่ามากขึ้น ผมแนะนำเพิ่มเติมว่า หากคุณมีเงินประมาณ 10 ล้านบาท คุณก็ซื้อทองคำ 5 แสน หรือ 1 ล้านบาท ซื้อทองคำดีนะครับ เพราะโอกาสมันขึ้นเนี่ยได้รู้ได้เห็นแล้วเราแฮ้ปปี้ คนเรามีความสุขทางใจ คุณบอกว่าคุณซื้อรถยนต์มันมีความสุขทางใจ แต่คุณซื้อรถกับซื้อทองแตกต่างกันนะครับ ทองคำขยับราคาขึ้นตลอดเวลา

เหมือนกับบ้าน และความเสี่ยงต่ำ แต่รถยนต์เราต้องเสียค่าดูแลรักษา ค่าสึกหรอ ค่าต่อทะเบียน ค่าพรบ. ค่าประกันภัยอะไรต่างๆ มากมาย หากคุณต้องการซื้อรถยนต์ ผมไม่แนะนำให้ผ่อน เพราะผ่อนต้องเสียดอกเบี้ย คุณไม่มีเงินซื้อรถใหม่จากอู่ก็ซื้อรถมือสอง ผมไปตลาดรถยนต์แถวๆ ถนนพระราม 9 ไปเจอเต๊นท์รถยนต์ของธนาคารธนชาติ โอ้โห… รถมือสองใหม่ทั้งนั้นเลย ทำซะแจ๋ว แต่ซื้อรถมือสองคุณต้องศึกษาให้ดี ระวังมันย้อมแมวเหมือนกัน

 

at office : การซื้อประกันชีวิตล่ะคะ ถือว่าเป็นการออมหรือไม่

การซื้อประกันชีวิต คนที่ทำประกันต้องเป็นคนที่เป็นหลักในการหาเงินในครอบครัว ในครอบครัวหนึ่งมีคนอยู่สองคนที่จำเป็นต้องซื้อประกันชีวิต คือ เสาเอกของครอบครัว ถ้าเป็นอะไรไปลูกๆ หรือพ่อแม่ลำบากก็ต้องประกันชีวิตเตรียมไว้ก่อน สำหรับคนที่เก็บเงินไม่เป็น มีเท่าไหร่ก็ใช้หมด ในประกันชีวิตมีเงินออมอยู่ด้วย เพราะฉะนั้น คนเก็บเงินเองเป็นหรือเป็นโสดที่ไม่ได้ดูแลใครความจำเป็นในการทำประกันก็จะไม่มี แต่ผมไม่ได้หมายความว่า ไม่ได้ซื้อประกันแล้วใช้เงินหมดนะแต่เอาเงินที่ไปจ่ายเบี้ยปะกันเนี่ยลงทุนทำอย่างอื่นได้ครับ

 

at office : สำหรับกลุ่มคนในวัยเกษียณอายุล่ะคะ การออมประเภทไหนจึงจะเหมาะสม

คนเกษียณเนี่ย ออมลำบากเพราะไม่มีเงินไหลเข้า ต้องคอยดูว่าเงินที่กองอยู่ที่หน้าตักเนี่ยทำอย่างไรจึงจะใช้น้อยๆ และจะได้ใช้ให้มันนานๆ เงินตรงหน้าตักตรงนี้ นอกจากใช้น้อยแล้วยังต้องลงทุนให้เป็น เพราะว่าระหว่างลงทุนมันมีดอกผล    การลงทุนในยามเกษียณเนี่ยต้องไม่เล่นหุ้น เพราะตลาดหุ้นผันผวน คนในวัยนี้ต้องซื้อกองทุนอย่างเดียว มีกองทุนที่เหมาะสมให้เลือกสำหรับผู้เกษียณอายุ คือ กองทุนตราสารหนี้และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ เพราะคุณได้ดอกผล มากถึง 7 เปอร์เซ็นต์ อย่างคุณมีเงิน 10ล้าน ได้ดอกผล 7 เปอร์เซ็นต์ คุณใช้อย่างสบายเลยเพราะคุณได้ดอกผลปีละ 7 แสนบาท ใช้อย่างสบายเดือนละ 6 หมื่นบาท เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากครับ

 

at office นอกเหนือจากเรื่องของการออม ปัจจุบันคนทำงานเป็นหนี้กันมาก โดยเฉพาะหนี้จากบัตรเครดิต มีวิธีการแก้ไขอย่างไรคะ

ผมมีคำแนะนำ 2 วิธี คือ อันดับแรกเราต้องรีบจ่ายหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงก่อน ในสถานการณ์อย่างนี้ ยกตัวอย่าง ซื้อบ้านดอกเบี้ยต่ำมาก หากดอกเบี้ยสูงบัตรเครดิตสูง แต่ต้องกู้ซื้อก็ต้องเอาบ้านไปรีไฟแนนซ์บ้านเสียก่อน เอาเงินมาจ่ายหนี้บัตรเครดิตหากมีเราหนี้สินอย่างอื่นเยอะ ไปขอตัดหนี้กับแบงก์เขาก็ไม่ยอม เหมือนกับพ่อค้าทั่วๆ ไป

ลูกค้าดีมา เขาไม่ต่อ ผมก็ไม่ลดให้ อีกคนมาต่อเช้าต่อเย็น  คนต่อได้ส่วนลด คนมีหนี้บัตรเครดิตต้องต่อลองกับแบงค์ ต่อรองไป จ่ายเงินไป เขาจะไม่ลดให้ คุณก็ต้องใจแข็ง หยุดจ่ายแบงค์ แล้วเอาเงินเก็บ ถ้าคุณหยุดจ่ายแบงค์ก็จะร้อนตัว โอกาสที่เราจะได้ส่วนลดดอกเบี้ยต่างก็มีสูง

ผมขอแนะนำเพิ่มนะครับ เรื่องเงินโบนัสปลายปี ผมมองว่าต่อไปเศรษฐกิจยิ่งลำบาก น้ำมันแพง ไฟฟ้าแพง เงินกู้ดอกเบี้ยสูง เศรษฐกิจขยายตัวน้อย โบนัสออกมาปลายปีต้องตั้งใจไว้เลยว่า ต้องออมไว้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ามีหนี้ดอกเบี้ยสูงก็ไปจ่ายเสีย การจ่ายหนี้แล้วเท่ากับเป็นการลดรายจ่าย หากคุณไม่มีหนี้ก็ออม 100 เปอร์เซ็นต์ และต้องหยุดสร้างหนี้ใหม่การออมเงินไม่ใช่แต่มนุษย์เงินเดือนอย่างคุณเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์ แต่การที่เราประหยัดและเก็บออมจะส่งผลเต็มเม็ดเต็มหน่วยกับการเงินของประเทศโดยรวม

หากเราสร้างวัฒนธรรมการออมให้คนไทยทั้งประเทศ คนไทย รุ่นหนุ่ม รุ่นสาว รู้จักเก็บหอมรอมริบ ออม และใช้เงินเป็น แถมฉลาดลงทุน ไม่ใช่เงินในกระเป๋าของคุณจะเพิ่มขึ้น แต่ส่งผลถึงความมั่งคั่งร่ำรวยของประเทศชาติในอนาคต__

นิตยสาร at office

ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร นักกฎหมายที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และยังเป็นอดีตกรรมการบริหารชุดแรกเริ่มของทางพรรคไทยรักไทย เป็นผู้ที่ริเริ่มก่อตั้งชมรมคนออมเงินและในปัจจุบันได้ดำรงตำแหน่งประธานชมรมฯ

คณะรัฐมนตรีได้เคยร่วมลงมติให้ทุกวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี ถือให้เป็นวันออมแห่งชาติ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่มีการเผยแพร่หรือส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากเท่าที่ควร ส่วนใหญ่คนจะรู้จักแค่เพียงว่าวันนี้ของทุกปีนั้นเป็น วันฮัลโลวีน มากกว่ารู้จักว่าเป็นวันออมแห่งชาติของไทยเรา แท้ที่จริงแล้วหากลองมีการประชาสัมพันธ์ให้ดีสักหน่อยคนไทยเราอาจจะรู้จักวันออมแห่งชาติมากกว่าวันปล่อยผีของฝรั่งมากกว่า

 

การให้คนไทยเรารู้จักเตรียมพร้อมและรักในการออมนั้น จำเป็นต้องมีการเผยแพร่และส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งต้องมีการสร้างแรงจูงใจเข้าไปให้มาก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทางรัฐบาลได้สร้างสิ่งนี้เอาไว้หลายปีแล้ว  แต่ขาดการปรับปรุงและทำให้มีความทันสมัยมากขึ้น จึงทำให้แรงจูงใจเหล่านั้นค่อย ๆ จางหายไปตามกาลเวลานั้นเอง

ในช่วงสมัยรัฐบาลของพรรคไทยรักไทยได้อนุญาตให้ประชาชนสามารถร่วมลงทุนในกองทุนหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund หรือ LTF) ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ก็สามารถร่วมลงทุนได้หากมีความประสงค์ลดภาษีสามารถซื้อหน่วยลงทุนเป็นจำนวนไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่แจ้งเสียภาษีไป แต่มีข้อ แม้ว่าเงินที่ซื้อหน่วยลงทุนแต่ละกอง RMF และ LTF จะต้องลงทุนไม่เกินกองละ 500,000 บาทต่อปี แต่ก็มีอยู่เพียง 1 ปีเท่านั้นที่สามารถซื้อกองทุนได้ถึง 700,000 บาท

“มาถึงขณะนี้ผมนึกถึงสุภาษิตอีกคำหนึ่งที่กล่าวว่า ที่สุดของความเสียดาย คือ ตายแล้วยังใช้เงินไม่หมด แต่ที่สุดของความสลด คือ ใช้เงินหมดแล้วยังไม่ตาย  ซึ่งผมอ่านพบในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ จากบทความของคุณพจนีย์ คงคาลัย ผู้บริหารอาวุโสของธนาคารกรุงเทพฯ ถ้าหากว่าเราใช้เงินหมดแล้วแต่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก 10-20 ปี มีคำถามว่าช่วงนั้นเราจะอยู่อย่างไร ทำตัวเป็นจิ้งหรีดกินน้ำค้างตาใบหญ้าหรือ? หรือกิน แต่ใบไม้ ก็คงจะแสบคอพิลึก ถ้าไม่พึ่งคนอื่นก็คงจะต้องกู้หนี้ยืมสิน แต่ในวัยเกษียณซึ่งไม่มีรายได้ ใครจะให้เรากู้ยืม ถ้าโชคดีมีสินทรัพย์ไปวางเป็นหลักประกันได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน คอนโด รถยนต์ หรือทองคำ เพชร พลอย ก็ยังพอถูไถได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าของเงินอาจจะไม่พร้อมปล่อยเงินกู้ให้ เพราะในยามเกษียณคุณไม่มีแหล่งรายได้มาใช้คืนเงินต้นและดอกเบี้ย และเขาก็ไม่มีนโยบายยึดหลักประกันไปชำระหนี้ เขาอยากจะได้เงินต้นคืนพร้อมกำไรดอกเบี้ยมากกว่า ทางเลือกก็คือ ขายสินทรัพย์เหล่านั้นออกไปทีละชิ้น ๆ แต่ต้องอย่าขายมากจนสินทรัพย์ร่อยหรอไปโดยเร็ว จนกระทั่งเมื่อขายหมดแล้วก็ยังไม่ตาย ถึงตอนนั้นอาจจะสิ้นเนื้อประดาตัวเลยทีเดียว” คำกล่าวของทาง ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร ที่ได้ลงไว้ในชมรมคนออมเงิน ออนไลน์

วิธีการบริหารหนี้สินแบบฉบับของ ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร

ซึ่งมองว่าชีวิตของคนเราหากอยากมีความสุขก็ต้องไม่เป็นหนี้สิน หากเกิดมาไม่ได้สุขสบายมาตั้งแต่ต้นไม่ได้คาบช้อนเงิน ช้อนทองมาเกิด แม้ว่าช่วงจังหวะของชีวิตที่เกิดหนี้สินขึ้นมาทั้งแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ หรืออาจจะตั้งใจให้เกิดหนี้สิน แต่ความเป็นจริงแล้วหนี้สินบางอย่างก็ควรห่างเอาไว้บ้างเพราะว่าหากเกิดขึ้นมาแล้วมักจะยาวนานและต้องเป็นกังวลอีกยาวนานกว่าเครียหนี้สินหมด

สิ่งที่สำคัญของชีวิตคนเราทุกวันนี้ก็ คือ หากไม่มีหนี้สินก็ไม่ควรอยากก่อให้เกิดขึ้นมา  แต่หากเป็นหนี้สินแล้วก็ควรรีบชดใช้ให้หมดโดยเร็วที่สุด  หลักการของชมรมคนออมเงินก็คือ ต้องรีบชำระหนี้สินให้หมดก่อนที่อายุจะย่างเข้า 45 ปี เพราะว่าหากยังคงมีหนี้สินจนถึงช่วงอายุนี้แล้ว การวางแผนเก็บเงินเพื่อใช้ในยามเกษียณก็จะเป็นเรื่องยากพอสมควร สิ่งที่สำคัญมากของชีวิตคนเราคือ เมื่อมีหนี้เกิดขึ้นแล้วจะต้องรีบใช้ให้หมดโดยเร็ว หลักการของชมรมคนออมเงินคือ ต้องใช้หนี้หมดจนปลอดหนี้ก่อนอายุจะครบ 45 ปี เพราะถ้าคุณมีหนี้สินคุณจะไม่สามารถออมเงินเพื่อใช้ในยามเกษียณได้

 

หนี้สินในความคิดของ ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร นั้นถูกจัดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • การสร้างหนี้ดี คือ การกู้เงินมาเพื่อใช้ในช่องทางการลงทุนเพื่อต่อยอดไม่ได้นำมาใช้ส่วนตัวสนองความต้องการของตนเอง การลงทุนในกิจการ SMEs หรือใช้ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นที่อยู่ หรือเพื่อปล่อยเช่าหารายได้ค่าเช่า คนเราหลายต่อหลายคนมีความจำเป็นจะต้องใช้เงินหรือซื้อทรัพย์สิน แต่ว่าไม่มีเงินสดหรือไม่สามารถหาเงินสดแบบเป็นก็ต้องกู้เงินเพื่อมาหมุนใช้ก่อน การกู้ยืมเพื่อนำมาก่อให้เกิดประโยชน์นั้นถือได้ว่าเป็นหนี้สินที่ดี ข้อดีของหนี้ดีส่วนใหญ่จะมีดอกเบี้ยที่ถูก เพราะทางผู้ให้กู้มั่นใจในศักยภาพของผู้กู้ดีว่าจะสามารถรับผิดชอบหนี้สินส่วนนี้ได้ดี
  • การสร้างหนี้ที่ไม่ดี หนี้สินเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นจากความอยาก หรือความต้องการส่วนตัวของคนเรามากกว่า บางครั้งเกิดขึ้นมาเพราะอยากมีความเทียบเท่าผู้อื่น  ไม่สำรวจรายได้ของตนเองว่าจะเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายหรือชำระหนี้สินหรือไม่  และส่วนใหญ่หนี้เสียจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยความที่ไม่รู้จักประมาณตนของคนส่วนหนึ่ง   หนี้เสียส่วนใหญ่ที่พอกพูนเป็นดินพอกหางหมูก็เพราะว่าบริหารจัดการเงินรายได้ไม่ดี หรือไม่ลงตัว เมื่อมีเงินอยู่ในมือก็นำไปใช้จ่ายจนหมดไม่นึกถึงส่วนที่ตนเองเป็นหนี้สินอยู่ ตอนใช้จ่ายมักจะคิดว่าไม่เป็นไรใช้ไปก่อนเดียวก็หามาใหม่ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเมื่อเงินหมดก็ต้องมองหาช่องทางเพื่อหาเงินมาหมุนใช้ก่อน หนี้ก็เกิดเพิ่มมากขึ้นไปอีก

สรุปแบบง่าย ๆ เลยก็คือ เรื่องการเงินไม่ว่าจะเป็นการเงินเรื่องใดๆ ก็ตามหากมีการวางแผนหรือจัดการด้วยสติ และสามารถควบคุมการใช้จ่ายของตนเองได้ การเงินก็จะลงตัวได้ดีทั้งหมด จะมีหนี้หรือไม่มีหนี้ก็สามารถอยู่รอดได้ไปตลอด อีกทั้งยังอาจจะมีส่วนของเงินเก็บ เอาไว้เพื่อลงทุนทำกิจการของตนเองซักอย่างหรือเอาไว้ใช้ในยามที่ตนเองเกษียณได้อย่างสบาย

ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร จากนักกฎหมายสู่วิถีนักออมเงิน

เก็บเงินร้อยยังไงให้ได้เป็นล้าน

” หาได้มากน้อยเท่าไรไม่สำคัญ จ่ายมากน้อยเท่าไรเป็นเรื่องสำคัญกว่า คือ ต้องใช้ให้น้อยกว่าที่หาได้ “
1. การเพิ่มรายได้ ควรหลีกเลี่ยงการเป็นมนุษย์เงินเดือน เพราะเป็นผู้ประกอบการจะรวยเร็วกว่า และเชื่อว่าคนที่ทำงานเก่งสำคัญกว่าคนที่เรียนเก่ง แต่ไม่ได้สนับสนุนให้ทิ้งการเรียน ควรมีการเรียนรู้ต่อเนื่อง

2. สอนลูกให้เป็นผู้ประกอบการ โดยสอนให้มีพื้นฐานและประสบการณ์ ในการทำงานตั้งแต่เด็กๆ

3. เคล็ดลับการออมเงิน ควบคุมรายจ่ายถ้าอยากเก็บเงิน ระวังเรื่องค้ำประกัน และการให้กู้ยืม เพรา การให้เพื่อนยืมเงินท่านจะเสียเงิน เสียเพื่อนและในที่สุดก็เสียใจ

4.บริหารเงินออมของครอบครัว สร้างฐานะของครอบครัวลงทุนอย่างชาญฉลาดโดยการกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงและพิ่มดอกผลจากเงินออม

5.การประหยัดภาษี

6.มาลดภาษีกับกองทุน RMF

7.สอนลูกให้รวยน้ำใจ

8. จัดการเรื่องค่าใช้จ่าย หนี้สินบัตรเครดิต

9. ช่วยกันออมและลงทุน

10.ลงทุนให้ได้ดอกผลงาม

http://on-moneys.blogspot.com/2010/10/blog-post_6607.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: