AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

โอกินาวาแหล่งรวมคนอายุ 100 ปีมากที่สุดในโลก

151363
อยากอายุยืนแบบชาวโอกินาวา ให้ยึดหลักดังนี้
1. การกินอาหารให้ถูกต้อง กินอาหารที่มีพืช ผักผลไม้ เป็นส่วนใหญ่ กินเนื้อสัตว์ปานกลาง กินไขมัน แป้ง น้ำตาล ให้น้อย
2. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ
3. ฝึกเทคนิคเพื่อลดความเครียด
4. ให้มีสังคมอยู่กันแบบกลุ่มเกื้อกูล ไม่อยู่แบบโดดเดี่ยว
5. ให้ปฏิบัติธรรม เช่น ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไหว้พระ สวดมนต์ ไปวัด ฝึกสมาธิ ฝึกการเจริญสติ เป็นต้น

557000002509810

(นพ.เคร็ก วิลค็อก และ นพ.เบรดลี่ วิลค็อก)

บรรดานักวิทยาศาสตร์ด้านสุขภาพ นักมานุษยวิทยา มีความสนใจว่า คนเหล่านี้มีวิถีชีวิตหรือมีปัจจัยอะไรที่ทำให้อายุยืนได้ถึงร้อยปี

ดังนั้น จึงมีสถาบันการศึกษาหลายแห่งได้ทำการศึกษาวิจัยในคนกลุ่มนี้ ที่เรียกว่า “คนร้อยปี” หรือ “ศตวรรษิกชน” อย่างกว้างขวาง

ขอยกตัวอย่างโปรแกรมของประเทศญี่ปุ่น ที่เรียกว่า “โอกินาวาโปรแกรม” ซึ่งได้ทำการศึกษาคนร้อยปี บนเกาะโอกินาวา อันเป็นแหล่งที่มีคนอายุ 100 ปีมากที่สุดในโลก

คนญี่ปุ่นเป็นเชื้อชาติที่มีคนอายุยืนยาวที่สุดในโลก มีคนอายุ 100 ปี จำนวน 50 คนต่อประชากร 100,000คน ในขณะที่อเมริกามี 10-20คนต่อประชากร 100,000คน ถึงแม้ว่าจะมีจำนวนรวมใกล้เคียงกันคือ ราว 50,000คนเศษ

จริงๆแล้ว คนอายุ 100 ปี ก็มีทั่วไปในญี่ปุ่น แต่ที่มีหนาแน่นก็คือเกาะโอกินาวา ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เกาะนี้อยู่ห่างจากฝั่ง 360ไมล์ ห่างจากกรุงโตเกียว 1,000ไมล์ ภูมิอากาศอบอุ่น มีชายหาดยาวตลอด ปกคลุมไปด้วยต้นปาล์ม

กระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นได้ให้ทุนเพื่อศึกษาเรื่องคนร้อยปี เพื่อที่จะได้ทราบถึงปัจจัยที่ทำให้คนอายุยืน โดยมี ดร.มาโกโตะ ซูซูกิ (Makoto Suzuki) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ชุมชน มหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาวา และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาคนร้อยปี ของมหาวิทยาลัยโอกินาวา (Okinawa Cetenarian Study, http://www.okicent.org) ร่วมวิจัยกับทีมของ ดร.เบรดลี่ วิลค็อก และ ดร.เคร็ก วิลค็อก แพทย์ชาวแคนาดา พี่น้องฝาแฝด ซึ่งได้รับทุนจากกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมวิจัยในโครงการศึกษาคนร้อยปีที่โอกินาวา

โครงการนี้เป็นการศึกษาวิจัยต่อเนื่องตั้งแต่ปี ค.ศ. 1977 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 36 ปี ทำให้ได้ทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในด้านต่างๆจำนวนมาก ดังนี้

1. ปัจจัยด้านพันธุกรรม พบว่า คนร้อยปีชาวโอกินาวา ก็มีลูกหลาน หรือพ่อแม่ของเขาก็มีอายุยืนด้วยเหมือนกัน ปัจจัยทางกรรมพันธุ์จึงมีผลให้อายุยืน ร้อยละ 25

นอกจากนั้น เป็นเรื่องของการใช้ชีวิต ร้อยละ 75 เช่น อาหาร การออกกำลังกาย ด้านสังคม ด้านการเกื้อกูลทางจิตใจก็มีส่วนทำให้คนโอกินาวาอายุยืน

2. อาหารของชาวโอกินาวา จำพวกพืชผักผลไม้ เช่น หัวไช้เท้า กระเทียม ต้นหอม กล่ำปลี ขมิ้น มะเขือเทศ เครื่องเทศ เป็นต้น รวมทั้ง เต้าหู้ เห็ด ข้าวไม่ขัดขาว เผือก มันฝรั่ง ถั่ว สาหร่ายทะเล ปลาทะเล และเนื้อแดงไม่มาก

คนโอกินาวายึดถือหลักที่เรียกว่า “ฮาระ ฮาจิ บุ” คือ กินแค่อิ่มก็พอ ส่วนใหญ่เขาจะปลูกพืชผักผลไม้กินเอง ดื่มชา ดื่มสาเกผสมสมุนไพร อาหารเหล่านี้ให้พลังงานต่ำ เมื่อเจาะเลือดตรวจดูพบว่า คนที่นี่มีสารอนุมูลอิสระในเลือดค่อนข้างต่ำ

3. คนโอกินาวาเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคอัมพฤกษ์อัมพาต ในอัตราที่ต่ำ และมีไขมันในเลือดต่ำมาก เมื่อเทียบกับคนในโลกตะวันตก

นอกจากนั้นโรคสมองเสื่อม ความจำเสื่อม หรือกระดูกบาง และกระดูกสะโพกหักในคนสูงอายุ ก็พบน้อย

4. คนโอกินาวามีรูปร่างผอมบาง ดัชนีมวลกายอยู่ระหว่าง 18-22 ซึ่งถือว่าน้อย เพราะพวกเขากินอาหารพลังงานต่ำจำนวนน้อย และทำงานในอาชีพตลอดชีวิต มีการเคลื่อนไหว เดินออกกำลังกายในตอนเช้า ไม่ค่อยอยู่บ้านเฉยๆ อันนี้เป็นจุดเด่น

5. คนโอกินาวาจะทำสวนผักผลไม้ไว้กินเอง การทำสวนทำให้เขาได้ออกกำลังกาย ได้รับแสงแดดซึ่งให้วิตามินดี ทำให้กระดูกไม่บาง ไม่หักง่าย พวกเขามีผักผลไม้ไว้รับประทาน ช่วยให้ได้วิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ป้องกันมะเร็ง

6. สตรีสูงอายุที่นี่ มีอาการในวัยทองต่ำ อาจจะเนื่องจากกินอาหารพวกเต้าหู้ ผักผลไม้ ถั่ว ซึ่งทำให้ได้รับฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งมีอยู่สูงในสารอาหารเหล่านี้

เมื่อเจาะเลือดพบว่า ชาวโอกินาวาสูงอายุมีฮอร์โมนเพศหญิง เพศชาย และ DHEA มากกว่าชาวอเมริกัน ฮอร์โมนเหล่านี้ช่วยให้แก่ช้าลง กล้ามเนื้อมีกำลัง ไม่ลีบ ผมไม่หงอกเร็ว ไม่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศเร็ว ผิวหนังไม่เหี่ยวเร็ว เสียงไม่แหบ

สุภาพสตรีที่เกาะแห่งนี้มี การออกกำลังกายแบบพื้นเมือง เช่น เต้นรำ การฝึกวิชาต่อสู้ป้องกันตนเองแบบดั้งเดิม ทำสวน เดินเล่น เป็นประจำ อันนี้ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

คนร้อยปีที่โอกินาวา ร้อยละ 90 เป็นเพศหญิง สามารถช่วยตนเองได้ ในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ร่างกายยังเคลื่อนไหวได้ดี ความจำยังดีมาก เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตสูง

7. ในด้านจิตใจ พบว่า คนโอกินาวามีชีวิตที่เรียบง่าย เชื่องช้า ไม่รีบร้อนไปไหน อยู่และทำงานที่บ้าน คนโอกินาวาเรียกว่า “เทเก” คือ ง่ายๆ สบายๆ

คนที่นี่ไม่ค่อยมีความทะเยอทะยานอะไรมากนัก ซึ่งต่างกับบุคลิกชาวตะวันตก ที่เรียกว่า “บุคลิกแบบเอ” คือ บุคลิกรีบเร่ง ชอบแข่งขัน ไม่อดทน ไม่เป็นมิตร เครียดง่าย รอนานๆไม่ได้ มีความทะเยอทะยานสูง อันเป็นบุคลิกของคนที่เป็นโรคหัวใจ และโรคเรื้อรังต่างๆได้มาก ซึ่งนพ.เฟรดแมน และโรเซนแมนด์ เคยทำวิจัยไว้

ถึงแม้ปัจจุบันศาสนาจะมีบทบาทน้อยในวิถีชีวิตของชาวโอกินาวา แต่ก็ยังมีความเชื่อและพิธีกรรมเก่าแก่ให้เห็น เช่น พิธีสวดให้เทพเจ้าและบรรพบุรุษ ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าจะช่วยให้พวกเขามีความสุข ไม่เจ็บป่วย และอายุยืน พวกเขาเชื่อว่า เทพเจ้าและบรรพบุรุษกำลังมองดูพวกเขาและคอยช่วยเหลืออยู่

คนโอกินาวานอกจากสวดมนต์เป็นประจำแล้ว ยังมีแนวคิดดั้งเดิม ที่เรียกว่า “ยุยมารุ” คือ การแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น มีการรวมกลุ่มในลักษณะเครือข่ายบำบัด ให้ความช่วยเหลือในด้านสังคม ด้านการเงิน ความเจ็บป่วย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้กำลังใจเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน

การรวมกลุ่มแบบนี้เรียกว่า “โมเอะ” คือ การรวมกลุ่มมิตรภาพเพื่อช่วยเหลือกันเกื้อกูลในด้านต่างๆ

230397

นพ.มาโกโตะ ซูซูกิ เป็นศาสตราจารย์ด้านโรคหัวใจ และผู้สูงอายุ ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน มหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาวา และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคนร้อยปีโอกินาวา มหาวิทยาลัยนานาชาติโอกินาวา ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข ญี่ปุ่น

โครงการนี้ทำงานวิจัยต่อเนื่องมา 36 ปี นพ.ซูซูกิมีผลงานวิจัยไม่น้อยกว่า 200 ชิ้น รวมทั้งเขียนหนังสือ จัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติมากมาย

• นพ.เคร็ก วิลค็อก เรียนจบปริญญาตรีทางด้านมานุษยวิทยาทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยแคลกาลี แคนาดา จบปริญญาโทด้านสาธารณสุขศาสตร์ และเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยริวกิว ญี่ปุ่น จบปริญญาเอกด้านสาธารณสุข มหาวิทยาลัยโทรอนโต แคนาดา

เขาสนใจทำวิจัยในผู้สูงอายุในด้านต่างๆ เช่น นิเวศน์วิทยา พันธุกรรม วิถีชีวิต โภชนาการของผู้สูงอายุ

ปัจจุบัน เขาเป็นศาสตราจารย์ด้านสาธารณสุขศาสตร์และเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยนานาชาติ โอกินาวา เขาเข้าร่วมในการทำวิจัยคนร้อยปี โอกินาวา มีผลงานวิจัยและเขียนหนังสือในด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุจำนวนมาก รวมทั้งร่วมเขียนหนังสือ The Okinawa Program ซึ่งเป็นหนังสือขายดีที่สุด ของนิวยอร์ค ไทม์ ในปี 2001

• นพ.เบรดลี่ วิลค็อก เป็นผู้อำนวยการร่วมในการทำวิจัยโครงการคนร้อยปีโอกินาวา มหาวิทยาลัยโอกินาวา ซึ่งได้รับทุนจากกระทรวงสาธารณสุข สหรัฐอเมริกา

เขาจบปริญญาตรีและโทด้านวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลกาลี แคนาดา จบแพทย์ศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโทรอนโต และมาต่อทางด้านอายุรศาสตร์ที่เมโยคลินิก และเวชศาสตร์ผู้สูงอายุที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

เขาทำวิจัยในผู้สูงอายุ ในแง่มุมต่างๆ ทั้งด้านสุขภาพ ด้านโภชนาการ และที่โดดเด่นคือเรื่องคนร้อยปี ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลวิจัยทางวิชาการแพทย์มากมาย

ปัจจุบัน เขาเป็นรองศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ศูนย์การแพทย์ควีน ฮอนโนลูลู รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา

ท่านสามารถดูรายละเอียดผู้วิจัยและโครงการวิจัยได้ใน http://www.orcls.org และฟังคำบรรยายใน http://www.youtube.com/Dr.Bradley willcox on the longevity of Okinawans และเรื่อง The secrets of long life in Okinawa, เรื่อง Part 1 How to live to 101 BBC Horizon.

(จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 159 มีนาคม 2557 โดย นพ.แพทย์พงษ์ วรพงศ์พิเชษฐ)

Credit http://www.manager.co.th/Dhamma/ViewNews.aspx?NewsID=9570000024254
ภาพจากเน็ต

 

557000002509810

อายุยืน 100 ปี ตามแบบฉบับเคล็ดลับชาวญี่ปุ่น

หยิบเครื่องเทศ สมุนไพรมาใส่อาหารบำรุงให้อายุยืน 100 ปี (สุขกายสบายใจ)
เรื่อง : สุธารัชฎ์ รัตนารามิก

การจะมีชีวิตอยู่ให้ถึงอายุ 100 ปีคงไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งสำคัญต้องมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง หากยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างไร ลองดูพฤติกรรมของชาวโอกินาว่าในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มคนที่มีอายุยืนที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก พวกเขามีเคล็ดลับอยู่ที่การเพิ่มเครื่องเทศและสมุนไพรในอาหาร และให้ความสำคัญกับการออกกำลังทั้งกายและใจ ซึ่งวิธีเหล่านี้เราก็สามารถปฏิบัติตามได้ครบทุกขั้นตอน ไม่เพียงเท่านี้ยังเสริมด้วยเรื่องของเกร็ดสุขภาพทั้งกายใจ ที่ทำง่ายในทุกวันอีกด้วย

กินดี อยู่ดี มีความสุข…ตามแบบฉบับชาวโอกินาว่า

ชาวโอกินาว่ามีชีวิตประจำวันที่เหมือนกับชาวชนบททั่วไปคือ เน้นกินผักเป็นหลัก กินเนื้อเป็นรอง แทบทุกเมนูต้องใส่เครื่องเทศ และสมุนไพร ในเรื่องสุขภาพใจ พวกเขาขึ้นชื่อเรื่องคิดบวก เพราะเชื่อว่าการมีทัศนคติที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญในการมีอายุยืน ที่สำคัญคือ พวกเขาเก่งมวยไท้เก็ก ซึ่งเป็นการออกกำลังกายแบบเน้นเรื่องการฝึกลมหายใจและทำสมาธิ ด้วยวิธีการเหล่านี้เองที่ทำให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดี จนสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 100 ปี

8 อาหารสำคัญของชาวโอกินาว่า

1.มะระ นิยมนำมาปรุงอาหารขณะที่ยังไม่สุกงอมดี โดยการนำมาผัดกับเต้าหู้ ใส่ไข่ แล้วผัดด้วยน้ำมันคาโนลา หรือฝานบาง ๆ ใส่ในแซนด์วิช หรือใช้เป็นผักเคียงในเมนูซูซิ

2.แครอท ชาวโอกินาว่าไม่นิยมทานหัวแครอทเหมือนบ้านเรา แต่จะใช้ใบสีเขียวของแครอทมาประกอบอาหารโดยการนำใบมาสับละเอียด ตอกไข่ใส่ แล้วผัดกับข้าวกล้องหรือนำไปเป็นผักโรยในซุป

3.Hechima หรือบวบญี่ปุ่น นิยมนำไปเป็นผักเครื่องเคียง กินกับเต้าหู้ในซุปมีโสะ

4.สมุนไพรเผ็ดร้อน ซึ่งเชื่อว่ามีคุณสมบัติรักษาโรค เช่น ขมิ้น ช่วยป้องกันการติดเชื้อ พริกช่วยบำรุงหัวใจ เมล็ดยี่หร่าช่วยอาหารโดยนำมาปรุงเป็นส่วนประกอบในเมนูบะหมี่สูตรน้ำซุป หรือใส่ลงในมนูผัดผัก

5.สาหร่าย นิยมนำมาใช้ปรุงอาหารมากกว่าผักชนิดอื่นเพราะหาง่าย เช่น คอมบุ โนริ ฮิจิกิ วากาเมะ เป็นต้น โดยการนำไปแปรรูปเป็นสาหร่ายแผ่นทอดกรอบ อบแห้ง ใส่ในซุป หรือนำไปห่อข้าว

6.มันเทศ นิยมนำไปทำเป็นมันทอด โดยหั่นเป็นชิ้นหนา 1 นิ้ว นำไปทอดด้วยน้ำมันมะกอก หรือ หรือใช้มันเทศทั้งหัวไปเผาสุมในกองใบไม้แห้ง ไว้กินเล่นในฤดูหนาว

7.โฮลเกรน ชาวโอกินาว่าเชื่อว่าการบริโภคธัญพืช เช่น ข้าวบาเล่ย์ ข้าวฟ่าง ข้าวกล้อง สามารถเติมพลังให้กับจิตวิญญาณได้ จึงนิยมนำไปหุงผสมชนิดกันเพื่อทำเป็นข้าวพิลาฟ (Pilaf) หรือข้าวที่หุงรวมกับสมุนไพร ธัญพืช หรือเครื่องเทศ

8.ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ มิโสะ และถั่วแระนิยมนำถั่วแระผัดในข้าว หรือใช้มิโสะเป็นซูป และอีกเมนูนิยมของชาวโอกินาว่าก็คือ การใช้เต้าหู้ทำชีสเค้ก

 

อายุยืนด้วย 5 สมุนไพรหาง่ายในครัวบ้านเรา

1.กระเทียม ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ตามผลวิจัยของ National Health and Medical Research Council เผยว่า การบริโภคกระเทียม แค่ 1 หัวต่อวันช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ เพราะสารประกอบไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulphide) ช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้เป็นปกติ

2.ขมิ้น บำรุงข้อต่อ ด้วยสารเคอร์คูมิน (Curcumin) ที่มีคุณสมบัติต้านแอมีลอยด์ (amyloid) หรือคราบพลัคโปรตีน ไม่ให้ตกตะกอนในเซลล์เนื้อเยื่อจนเรื้อรังอยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ข้อต่อ สมอง ดังนั้นการกินขมิ้นวันละ 1 เหง้า ก็สามารถช่วยให้ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ และโรคไขข้ออักเสบได้แล้ว

3.ใบเสจ บำรุงสมอง ด้วยสารอะซีติลโคลีน (Acetylcholine) ที่มีผลต่อการควบคุมสมองในส่วนการรับรู้ ซึ่งทำงานสัมพันธ์โดยตงกับระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (parasympathetic nerve) หรือระบบประสาทอัตโนมัติ หากกินเสจเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้สมองหลั่งสารอซีติลโคลีนเป็นปกติ สมองจึงสามารถจำอะไรได้แม่นยำขึ้น อาจตวงใบเสจ 1 ¼ ออนซ์ แช่ลงในน้ำร้อน 1 ถ้วยตวง ใช้จิบเป็นชาดื่มตลอดวัน

4.ใบไทม์ (Thyme) บำรุงไต เป็นสมุนไพรรสชาติเย็นคล้ายใบมินท์ มีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดไต และระบบทางเดินปัสสาวะ นิยมนำไปใช้ชงเป็นชาใบไทม์ โดยตวงใบไทม์ ½ ออนซ์ (หรือ 1 ช้อนโต๊ะ) ต้มในน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง ทิ้งให้ตกตะกอนประมาณ 15 นาที อาจเพิ่มความหวานโดยการเติมน้ำผึ้ง ใช้จิบได้ตลอดวัน ควรดื่มอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ถ้วย

5.ผักชีสด ขับโลหะหนัก ในหนังสือที่มีชื่อว่า Transdermal Magnesium Therapy ที่เขียนโดย Mark Sircus เขาแนะนำว่า กินใบผักชีสดเพียง 1 กำมือเป็นประจำทุกวัน ก็ช่วยให้ร่างกายกระตุ้นการขับปรอทออกจากเซลล์สมองและระบบประสาทส่วนกลางได้แล้ว เพราะถ้าร่างกายมีปรอทสะสมอยู่ในปริมาณมากจะส่งผลให้ปอดอักเสบ หายใจไม่สะดวก และร้ายแรงจนถึงขั้นสูญเสียการควบคุมการทรงตัว และการเคลื่อนไหวของแขน ขา ระบบประสาทรับความรู้สึกถูกทำลาย เช่น การได้ยินไม่ชัด มองไม่ชัด พูดไม่ชัด เป็นต้น

6 วิธีสุขใจให้อายุยืน

1.หัวเราะ นักหทัยวิทยาในสหรัฐเผยว่า การหัวเราะ 100-200 ครั้ง เทียบได้กับการเดินเร็ว 10 นาที และเป็นวิธีธรรมชาติช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนในร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคมากขึ้น

2.ชีวิตคู่ ต้องจัดการให้ลงตัว ผลการวิจัยของ Health Psychology Journal ในสหรัฐเผยว่า คู่ชายหญิงที่หย่าร้างกัน มีอายุขัยสั้นกว่ากำหนด เพราะชีวิตตึงเครียดด้วยปัญหาที่ต้องคิด ในทางกลับกัน คู่ชายหญิงที่มีกิจกรรมบนเตียงบ่อยครั้งมีอายุยืนกว่า เพราะการมีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอช่วยคืนอายุให้ดูเด็กลงถึง 7 ปี

3.ธรรมะ ธรรมโมเข้าไว้ ผลการวิจัยของ International Journal for Psychiatry and Medicine เผยว่าความเครียด และอารมณ์ขุ่นมัวคือ ต้นเหตุให้เจ็บป่วย และร่างกายสามารถขจัดมันออกไปได้ด้วยพลังของจิตใจที่สงบ ซึ่งเราสามารถฝึกจิตให้แข็งแรงได้ด้วย การเข้าโบสถ์ เข้าวัดฟังธรรม และการทำบุญ

4.เข้าสมาคม การเข้าร่วมสมาคมกีฬา หรือการเข้าสมาคมในองค์กรช่วยเหลือต่าง ๆ นับเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้สูงอายุ ผลการวิจัยของ Harvard University เผยว่า วิธีเหล่านี้จะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกตัวเองมีค่า และรู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายมากขึ้น

5.อยู่บ้าน ไม่ต้องพูดถึง “งาน” ผลการวิจัยของ Johns Hopkins University เผยว่า ผู้ที่ชอบเก็บงานกลับไปทำที่บ้าน เสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ง่ายกว่า 20 เท่าของผู้ที่ไม่เก็บงานกลับไปทำที่บ้าน เนื่องจากเป็นการสะสมความเครียดให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว ภูมิคุ้มกันในร่างกายจึงลดต่ำลงเรื่อย ๆ ผลที่ได้คือ แก่ก่อนวัยอันควร

6.เลี้ยงสัตว์ ผลการวิจัยของ University of Cambridge เผยว่า สัตว์เลี้ยงทำให้คนมองโลกในแง่ดี และมีสุขภาพจิตที่ดีด้วย คอรบครัวที่เลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสุนัข หรือแมวจะมีความเครียดน้อยกว่าครอบครัวที่ไม่เลี้ยงสัตว์อะไรเลย อีกทั้งยังมีอัตราการเจ็บป่วยจนต้องไปพบแพทย์น้อยครั้งกว่าด้วย

credit http://health.kapook.com/view38185.html

 

ขอแนะนำหนังสือ อายุยืนเกิน 100 ปี แบบชาวโอกินาวา (23/06/55 ) แปลโดย พ.ญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล,เป็นหนังสือเผยเคล็ดลับอายุยืนแบบชาวโอกินาวา กลุ่มคนที่มีอายุยืนถึง 100 ปี จำนวนมากที่สุดในโลก อีกทั้งผู้คนเหล่านี้ยังมีสุขภาพดีและดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงอย่างน่าอัศจรรย์ มาร่วมพิสูจน์ความจริงเหล่านี้ ด้วยผลการศึกษาเรื่อง “ผู้มีอายุยืนเกิน 100 ปี ของโอกินาวา”

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 17/08/2016 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: