AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

วิธีแก้โรคขี้ลืม

img_2102

6 วิธีแก้ปัญหาช่วยคนขี้ลืม

“ขี้ลืม” หรืออาการหลงลืม ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆก็เป็นกันได้ แต่ถ้าขี้ลืมบ่อยครั้ง กลายเป็นคนป้ำๆ เป๋อๆ จนเสียงานเสียการ เช่นนี้ถือว่าต้องรีบแก้ไขอาการที่เป็นอยู่โดยด่วน ผู้เขียนจึงขอนำเสนอวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาสำหรับคนขี้หลงขี้ลืม ดังนี้

1. วางข้าวของให้เป็นที่เป็นทาง

จะสังเกตได้ว่าคนที่มีระเบียบในชีวิตมักจะเป็นคนไม่ค่อยขี้ลืมเท่าไรนัก ดังนั้น เราจึงควรจัดระเบียบชีวิตให้ง่ายขึ้นโดยการเก็บสิ่งของให้อยู่ในที่ที่ควรจะอยู่เสมอ จะช่วยให้เราไม่ต้องมาคิดว่าเราวางของต่างๆ ไว้ที่ตรงไหนบ้าง เช่น เก็บสมุดบัญชีไว้ในลิ้นชักชั้นบน เก็บกุญแจต่างๆ เช่น กุญแจบ้าน กุญแจรถ กุญแจลิ้นชักไว้ในโต๊ะข้างเตียง นอน เก็บเอกสารต่างๆ เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งชำระหนี้เอาไว้ในซองใส่เอกสารที่แขวนอยู่ในห้องนั่งเล่น หรือมีตู้สำหรับเก็บยาทุกชนิด ถ้าเราทำให้เป็นนิสัย รับรองว่าจะไม่มีปัญหาว่าหาของไม่เจอหรือจะไม่รู้ว่าเอาของไปวางไว้ที่ไหนอย่างแน่นอน

2. จดบันทึก

แท้จริงแล้วทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนขี้ลืมหรือไม่ก็ตาม ควรที่จะต้องมีสมุดบันทึกประจำวัน เพื่อจดบันทึกถึงสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันเอาไว้ (หรือสมัยนี้อาจจะจดไว้ในโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต) รวมทั้งสมุดจดที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนและบุคคลสำคัญ อีกทั้งการจดบันทึกแผนการที่ต้องทำในแต่ละสัปดาห์หรือในเดือนถัดไป การมีสมุดบันทึกเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นสิ่งที่ช่วยเตือนความจำได้อย่างง่ายๆ อีกวิธีหนึ่ง เพียงแต่ว่าอย่าลืมจดแค่นั้นก็พอ

3. เขียนโน้ต

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเตือนความจำได้เป็นอย่างดี เป็นต้นว่าเขียนข้อความลงในกระดาษโน้ต แล้วติดไว้ในสถานที่ที่เราต้องผ่านบ่อยๆ เช่น ตู้เย็นกระจกที่โต๊ะเครื่องแป้ง กระจกในห้องน้ำ โต๊ะทำงาน ประตูทางออก หรือเราจะใช้บอร์ดเล็กๆ เขียนเตือนความจำไว้ในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น การเขียนโน๊ตเป็นวิธีการเตือนความจำง่ายๆ ที่ช่วยคนขี้ลืมได้ดีทีเดียว

4. ไม่ควรทำกิจกรรมหลายอย่างในเวลาเดียวกัน

จุดอ่อนของคนขี้ลืมโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นคนไม่ค่อยมีสมาธิ ดังนั้น ถ้าเรารู้ตัวว่าเราเป็นคนขี้ลืม สิ่งที่สำคัญก็คือ อย่าทำกิจกรรมหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน เช่น รดน้ำต้นไม้ในเวลาเดียวกับที่เปิดเตาแก๊สอุ่นอาหารเอาไว้ เพราะอาจจะทำให้อาหารไหม้ได้ถ้าเราลืมไปว่าเราอุ่นอาหารทิ้งเอาไว้ พูดโทรศัพท์หลายสายในเวลาเดียวกัน บางคนมีโทรศัพท์เรียกเข้าพร้อมๆ กัน แล้วก็เลือกจะรับสายพร้อมๆ กัน แต่เมื่อคุยกับสายหนึ่งอยู่แล้วปล่อยให้อีกสายหนึ่งถือสายรอ สายที่รออยู่นั้นอาจจะรอเก้ออยู่หลายนาทีโดยเราลืมไปแล้วว่ามีอีกสายหนึ่งนั้นรออยู่ก็ได้ ดังนั้น สำหรับคนขี้ลืมแล้ว ควรจะเลือกทำกิจกรรมเพียงอย่างเดียวในเวลาเดียว โดยหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมๆกันเพราะจะทำให้สมาธิในการจำลดลงหรือทำให้จำอะไรไม่ได้เลย
5. อาหารบำรุงสมองช่วยคนขี้ลืม

ในปัจจุบันทางการแพทย์ได้มีการวิจัยว่า มีอาหารเสริมบางชนิดที่ช่วยให้ความจำดีขึ้นและช่วยป้องกันความจำเสื่อม เช่น สารสกัดจากใบแปะก๊วยที่เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปที่สมอง ซึ่งช่วยให้ความจำดีขึ้น   แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาหารเสริมก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่รับประทานอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่  อีกทั้งนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อที่สมองจะแจ่มใสและมีความจำที่ดีนั่นเอง
6. ฝึกสมองอยู่เสมอ

สมองเป็นอวัยวะหนึ่งที่ต้องได้รับการฝึกฝนอยู่เป็นประจำ มิฉะนั้นเมื่อถึงเวลาเสื่อมแล้วก็จะเสื่อมอย่างรวดเร็ว สังเกตได้จากคนที่มีนิสัยไม่ค่อยใส่ใจสิ่งแวดล้อม และใช้ชีวิตเรื่อยเฉื่อยมักจะขี้หลงขี้ลืมมากกว่าคนที่ใช้สมองอยู่เป็นประจำ   กิจกรรมในการฝึกสมองไม่ให้เป็นคนลืมง่าย เช่น เล่นเกม เล่นดนตรี อ่านหนังสือ ประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้สมองได้ออกกำลัง เพิ่มความคิดที่รวดเร็วฉับไวขึ้น ส่งผลให้มีอาการหลงลืมน้อยลง
ผู้เขียนเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีนิสัยขี้ลืมและได้ค้นพบว่า วิธีแก้อาการขี้ลืมทั้ง 6 ข้อที่ได้กล่าวไปนั้นสามารถช่วยแก้ปัญหาอาการหลงลืมได้จริงๆ แถมเป็นวิธีง่ายๆ ที่ทุกคนก็สามารถนำไปใช้ได้ไม่ยากแต่อย่างใด
ที่มา : เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์

 

_________
ภาวะขี้หลงขี้ลืมในคุณผู้หญิง (สยามดารา)

ถ้าจะว่าไปแล้ว คุณผู้หญิงหลาย ๆ ท่าน อาจจะเคยประสบกับปัญหารบกวนจิตใจ เกี่ยวกับการขี้หลงขี้ลืม อาทิเช่น ลืมไปว่าเอากุญแจวางไว้ที่ไหน หรือลืมไปว่ากำลังจะพูดอะไร หรือแม้แต่ลืมว่าคนที่เพิ่ง จะคุยกันนั้นนะชื่ออะไร

ปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้ คุณผู้หญิงวัยกลางคนทั้งหลาย จึงพากันขนานนามว่า “Mental fog” หรือภาวะสุขภาพจิตถดถอย ซึ่งสามารถจำแนกสาเหตุสำคัญดังนี้

 

  1.  ภาวะพร่องสารอาหาร

งานวิจัยหลาย ๆ ชิ้น ได้แสดงว่า คุณผู้หญิงมักจะมีภาวะการพร่องสารอาหารมากกว่าคุณผู้ชาย รวมทั้งสารอาหารที่เกี่ยวกับสมอง และยิ่งถ้าคุณเป็นผู้หญิงวัยทำงาน ที่นิยมเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ หรือน้ำตาลล่ะก็ ความสามารถในการคิด และจดจำในสิ่งต่าง ๆ ก็พลอยจะแย่ลงไปด้วย ทั้งนี้เนื่องมาจากแอลกอฮอล์ ที่คุณทานเข้าไปนั้น สามารถทำให้เกิดภาวะการพร่องวิตามิน B ตามมา ซึ่งเจ้าวิตามินนี่แหละที่จำเป็นต่อสุขภาพที่ดีของสมองและการจดจำ ส่วนคาเฟอีนที่มีอยู่ในเครื่องดื่ม ชา กาแฟ โคลา แสนอร่อย หากรับประทานมากเกินไป ก็อาจจะส่งผลเสียต่อความสามารถในการจดจำ และเจ้าน้ำตาลตัวดีหรือแม้แต่สารให้ความหวานอื่น ๆ เช่น Aspartame ก็เช่นเดียวกันก็อาจจะส่งผลร้ายต่อสติปัญญาของคุณได้

ดังนั้น คุณผู้หญิงทั้งหลาย ก็ควรจะรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน โดยอาจจะเลือกบริโภคอาหารที่ไม่ได้ผ่านกรรมวิธี ที่ทำให้เสียคุณค่าทางอาหาร เช่น เลือกทานข้าวซ้อมมือหรือข้าวโอ๊ตที่ไม่ได้มีการขัดสี หรืออาจรับประทานอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงระบบประสาท และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ๆ

 

2.  ภาวะซึมเศร้าและปัญหาทางร่างกาย

ภาวะซึมเศร้าได้ส่งผลต่อความจำ สมาธิ และความรวดเร็วในการคิดต่อสิ่งต่าง ๆ ในคุณผู้หญิงได้มากกว่าคุณผู้ชายถึงเท่าตัว จนอาจนำไปสู่ภาวะของร่างกายและจิตใจที่เบื่อหน่ายและท้อแท้ , ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และความผิดปกติของสมดุลฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจลุกลามไปยังระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การอุดตันของหลอดเลือดต่าง ๆ ในระบบไหลเวียนโลหิต รวมทั้งหลอดเลือดสมอง ซึ่งจะก่อให้เกิดพยาธิสภาพของสมองและระบบประสาทได้ในที่สุด

ดังนั้น คุณผู้หญิงทั้งหลาย ควรทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส ขจัดความเศร้าหมอง และต้องหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น การเดิน วิ่ง เต้นรำ ตีลังกายกหกสูง ว่ายน้ำแบบกรรเชียง หรือแม้แต่เตะ ๆ ต่อย ๆ แบบกังฟูก็เถอะ สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยคุณป้องกันปัญหาต่าง ๆ มากมาย ทั้งเรื่องความจำ โรคที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน สมดุลของฮอร์โมน ภาวะซึมเศร้า ความเครียด และการนอนไม่หลับ และที่สำคัญอีกประการก็คือ ได้มีงานวิจัยออกมายืนยันว่า ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาท ลดโอกาสการเกิดโรคอัลไซเมอร์ หรือโรคสมองเสื่อมได้

 

3.  วิถีการดำเนินชีวิตของแต่ละคน

ภาวะเครียดเรื้อรัง ของคุณผู้หญิงหลาย ๆ ท่านทั้งเรื่องงานและครอบครัว อาจจะนำไปสู่ภาวะที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ซึ่งจะทำให้เกิดผลต่อระบบการทำงานของสมอง เกิดความเบื่อหน่ายทั้งร่างกายและจิตใจ จนนำไปสู่ภาวะที่ร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้าตามมา

การสูบบุหรี่ การวิจัยพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่มีแนวโน้มที่สุขภาพจิตจะเสื่อมถอย และมีโอกาสเกิดโรคอัลไซเมอร์ หรือโรคสมองเสื่อมตามมาได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่

การใช้ยาต่าง ๆ เช่น ยากล่อมประสาท ยาแก้ปวด ซึ่งกรณีที่หากนำมาใช้รวมกันหลาย ๆ ตัว ก็อาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่างที่เกี่ยวกับภาวะทางสมอง เช่น ภาวะสุขภาพจิตถดถอย การขาดสมาธิหรือความตั้งใจในการทำสิ่งต่าง ๆ แย่ลง

การนอนหลับไม่เพียงพอ การวิจัยพบว่า ผู้ที่นอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้การเรียนรู้ จดจำ และสร้างสมาธิต่อสิ่งต่าง ๆ ไม่ดีเท่ากับผู้ที่นอนหลับเพียงพอ

นอกจากนี้พบว่าการใช้สมุนไพรบางอย่าง อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่เอามาใช้ เพื่อผ่อนคลายความเครียดของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ในที่นี้ โสม (Panax ginseng) และ คาวา คาวา (Piper methysticum) ดูจะเป็นสมุนไพรที่ลดความเครียดได้ดีที่สุด หรืออาจจะดื่มชาคาโมไมล์ (Chamomilla recutita) 1 ถ้วย หรือรับประทาน แคลเซียม 500 mg. และ แมกนีเซียม 250 mg. เสริมก่อนนอน ซึ่งจะช่วยทำให้หลับง่ายขึ้น หรืออาจจะไปใช้วิธีเล่นโยคะ(Yoga) หรือนั่งฌาน เพิ่มสมาธิ (Meditation technique) ก็ได้

 

4. ภาวะขาดสมดุลฮอร์โมน

คุณผู้หญิงหลาย ๆ ท่าน อาจจะเคยประสบปัญหาที่เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนขึ้น ๆ ลง ๆ โดยเฉพาะช่วงที่มีประจำเดือน หรือช่วงที่ใกล้จะหมดประจำเดือนในสตรีวัยทอง ทั้งนี้เป็นเพราะการขาดเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนชนิดอื่น ๆ ได้แก่ Pregnenolone , DHEA, Melatonin และ Growth hormone ก็จะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของความจำตามมาได้เช่นกัน ดังนั้นคุณผู้หญิงทั้งหลาย จึงควรจะเข้ารับการตรวจหาระดับของฮอร์โมนที่มี อยู่ รวมทั้งขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพ เพื่อคัดเลือกสารทดแทนฮอร์โมนที่มาจากธรรมชาติให้เหมาะกับคุณ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก  kapook.com

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 21/09/2016 by in เรื่องของสุขภาพ.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: