AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

King Bhumibol of Thailand

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร  (ร.9)

English version :


สารคดีช่อง  History Channel เคเบิลของสหรัฐฯ นำเสนอพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระประมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้อย่างลึกซึ้งด้วยความเคารพ น่าชวนกันชมและพิจารณาเผยแพร่ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง โดยเฉพาะแก่ชาวต่างชาติ

 
Thai version :


สารคดี King Bhumibol of Thailand – The People’s King
จัดทำโดย : History Channel
ออกอากาศ : ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖
เสียงบรรยาย : นพพล โกมารชุน
King Bhumibol of Thailand: The People’s King พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภ­­ูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์สมัยประทับอยู่ ณ สมาพันธรัฐสวิส จนถึงวันที่พระองค์เถลิงถวัลยราชสมบัติ ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อ พุทธศักราช ๒๔๘๙ จวบจนปัจจุบัน พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์เป็นระ­­ยะเวลายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไท­ย ทรงนำพาประเทศไทยผ่านพ้นช่วงเวลาสงครามเย็­­น การปฏิวัติ และภัยธรรมชาติร้ายแรง นอกจากนี้ พระองค์ยังมีพระราชกรณียกิจมากมาย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตพสกนิกร อย่างเช่น ทรงมีพระราชดำริ ริเริ่มโครงการหลวงกว่า ๔,๐๐๐ โครงการ พระองค์ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จึงทำให้ชาวไทยทุกคนต่างถวายความจงรักภักด­­ี และเทิดทูนพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่­­งของปวงชนชาวไทย

5 comments on “King Bhumibol of Thailand

  1. AC127Mum
    02/11/2016

    ไม่แน่ใจว่า Friend ใน Facebook ของผมนั้น มีคนที่ไม่ชอบไม่รักในหลวงรึเปล่า ใครไม่ชอบหรือเกลียดท่าน อ่านสเตตัสนี้ดีดีครับ ^^

    วันนี้ผมไปถึงยอดดอยปุย เจอเจ้าหน้าที่อุทยานซ่อมบันไดอยู่ จึงเข้าไปช่วยทำ พอทำเสร็จเราคุยเรื่องการเสด็จของในหลวงกันครับ

    โป้ : พี่ครับ นี่พลับพลาของใคร ในหลวงหรือพระเทพครับ
    เจ้าหน้าที่ : ทั้งสองพระองค์แหละ

    โป้ : แล้วทำไมมันมาอยู่ตรงนี้
    เจ้าหน้าที่ : ในหลวงมาประทับนี่ พักที่นี่ก่อนเดินข้ามไปแม่สา ท่านจะมาจากพระราชวังภูพิงค์ ไปบ้านม้งดอยปุย แล้วมาพักที่นี่ซักพัก แล้วเดินต่อไปแม่สา แม่สาน้อย แล้วไปจบที่โป่งแยง

    โป้ : แล้วไปทางไหนครับ กี่โล
    เจ้าหน้าที่ : ประมาณ 4 โล จะถึงดอยผากลอง ไปแค่นั้นก็ได้ ทางเดียวกัน

    โป้ : (ดูนาฬิกา) บ่าย 3 ทันครับ

    จากนั้นก็เป็นทางลงยาวๆ ผ่านเขา1ลูก หลังจากนั้นขึ้นเขา 1 ลูก

    สภาพทาง – โคตรลำบาก ผมเป็นคนบ่นเรื่องทาง น้อยมาก แต่รอบนี้ผมบอกเลย โคตรลำบาก ไม่มีทางเลยที่จะไม่บ่น บ่นทุกคน Confirm หญ้าบาด เลือดไหลอย่างเยอะ หลายสิบแผล
    โคลนนี่แม่งตลอดทาง, หญ้าปิดทาง ต้องเอามือแหวกเอง, แมลงรวมแล้ว เป็นร้อยตัวแกะผม ต้องแกะออกตลอดทา , โ ดนทากไป 5 ตัว
    นี่คือสภาพวันนี้ 4 Km ขาไปครับ

    พอถึงดอยผากลอง ผมก็ Live อย่างที่เห็นใน Facebook
    ขากลับ ลงมาก่อน 1 ลูก แต่พอหมดลูกนั้น ขึ้นเขาแบบว่าหัวใจวายได้เลย ผมก็งงว่า ตะกี้กูลงมามันชันขนาดนี้เลยเหรอวะ พอขากลับถึงรู้ว่า… ” มันชันมากกกกกกกกกกกกกกก ”

    ผมแหงนหน้ามองทางที่จะต้องขึ้น แรงก็เริ่มหมด ตะคริวทำท่าจะมา ฟ้ากะลังจะมืด น้ำตาแม่งไหลเลย ” ในหลวงกลับทางนี้ จริงเหรอวะ , ต้องมายังงี้เลยเหรอวะ ”

    เพียงบทความที่ผมเขียนนั้นอาจจะไม่เห็นภาพ คราวหน้ามาเชียงใหม่ ผมแนะนำให้มาเดินทางนี้ เชื่อโป้เถอะ คุณจะร้องไห้ทันทีจริงๆ ผมหมดแรงตั้งแต่อยู่บนยอดดอยปุยแล้วนะ แต่พี่อุทยานบอกว่าในหลวงเดินนะทางนี้ ผมเลยไป เพราะไม่ได้มาบ่อยๆ ลองดูซิวะ มันจะลำบากขนาดไหน

    “เคยดูแต่ในทีวี วันนี้ทางอยู่แค่นี้เอง ไปเถอะ”

    อ่อ ลืมบอกกกกก “ที่ในหลวงไปอ่ะทางเต็มๆ มันเกือบ 20 Km แล้วก็ท่านไปเมื่อ 40 ปีที่แล้ว
    ที่ผมไปอ่ะ เทียบไม่ติดแม้ไรฝุ่น”

    การเดินของท่าน ทำให้เกิดอะไรขึ้นอ่ะเหรอ ?

    ถ้านึกกันไม่ออก เอาง่ายๆแล้วกัน พวกเรามี “สตอเบอรี่” หากินกันง่ายๆ ก็เพราะการเดินของในหลวงนี่แหละ

    “ถ้าทำไม่ได้ซักเสี้ยวของในหลวง ก็หุบปากแล้วนั่งเฉยๆ ”

    Cr. Yuttasak Plaipoo

    ดูคลิป https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10154573153767660&id=797807659

  2. AC127Mum
    04/11/2016

    ธ สถิตในดวงใจ อรพิมพ์ รักษาผล = เกิดอีกกี่สิบชาติก็ไม่เจอมหาราชที่ชื่อภูมิพล

  3. AC127Mum
    04/11/2016

    อย่าแค่แขวนพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ไว้ในบ้าน…

    ศาสตราจารย์แมนเฟรด คราเมส (Prof.Manfred Krames) เป็นคนเยอรมัน เขาอาศัยอยู่ในศรีลังกาหลายปี กระทั่งหลังเกิดมหาสึนามิไม่นานเขาจึงย้ายมาพำนักที่ ประเทศไทย ณ จังหวัดเชียงใหม่ ฝรั่งคนนี้มีมุมมองที่น่าสนใจยิ่งในเรื่องในหลวงกับคนไทย

    เขาบอกว่า เวลาได้ยินคนไทยพูดว่า รักในหลวง เขารู้สึกเศร้าใจ

    เขาถามว่า เป็นคุณๆ จะไม่เศร้าใจหรือ ถ้าคุณมีลูกที่ไม่เคยเชื่อคำสอนของคุณเลย ไม่เคยเดินตามแนวทางที่คุณวางไว้ ไม่ต้องการเรียนรู้อะไรจากคุณ

    “สิ่งที่พวกเขาทำนั้นเพียงแค่ก่อปัญหา แล้วก็เรียกร้องให้ท่านยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเสมอ ในขณะเดียวกันก็พร่ำพูดว่า ลูกรักพ่อ ถ้าท่านเป็นพ่อ ท่านจะรู้สึกอย่างไร”

    ในทัศนะของเขา ในหลวงคือ ครูผู้ยิ่งใหญ่ หรือ บรมครูผู้ที่เราต้องเรียนรู้จากพระองค์ท่าน

    “…ทรงเป็นครูของเรา แต่ได้โปรดตระหนักไว้เสมอว่า อย่าศึกษาเล่าเรียนเพื่อเอาใจครูแต่จงศึกษาเล่าเรียนเพื่อประโยชน์และความดีงามให้แก่ตัวท่านเอง…

    …ผมคิดว่า เป็นการไม่รับผิดชอบ ที่จะนั่งๆ นอนๆ ใช้ชีวิตอย่างสบายและให้คนคนเดียวทำงานอย่างหนักเพื่อดูแลและแก้ไขปัญหาของชาติ ท่าทีเช่นนี้เป็นสิ่งที่แสดงถึงความไม่เคารพพระองค์ซึ่งแย่เสียกว่าการพูดถึงพระองค์ในทางที่ไม่ดีในที่สาธารณะ

    ประเทศหลายแห่งในโลกจะดีใจมากที่มีพระมหากษัตริย์เช่นนี้ แต่ท่านเองเป็นคนไทย มีพระองค์เป็นกษัตริย์แต่ไม่ได้นำประโยชน์จากพระองค์มาใช้ประโยชน์ในชีวิตเลย

    ผมคิดว่า น่าละอาย ถ้าหากเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปสู่วาระใหม่ และมีกระแสลมแรงมาจากทิศทางอื่นประเทศหลายแห่งในโลกจะชี้มายังประเทศไทยและดูแคลนว่า ดูสิ พวกเขามีครูที่ยิ่งใหญ่แต่ได้เรียนรู้จากพระองค์น้อยมาก

    ผมรู้สึกสงสารพระองค์อย่างสุดซึ้งเพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่พยายามพัฒนาชาติ ในขณะที่คนอื่นๆ ในชาติเฝ้าแต่รอให้สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น…”

    ศ.คราเมส ระบุว่า จะพบเห็นว่า นักการเมืองจำนวนมากในเอเซียที่หลังจากครองอำนาจและได้ผลประโยชน์แล้วมักจะไม่ได้ช่วยเหลืออะไรแก่ประชาชนเลย นักการเมืองเหล่านั้นทำให้ในหลวงทุกข์ใจ พวกเขาเสแสร้งว่า ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ แต่นั่นเป็นการสร้างภาพไม่ใช่ความจริง

    “พวกเขาเพียงแค่ต้องการใช้ภาพความจงรักภักดีนี้เพื่อโน้มน้าวให้ประชาชนเทคะแนนให้ในการเลือกตั้ง และขึ้นสู่อำนาจในเวลาต่อมาเท่านั้น ประชาชนไทยมุ่งหวังว่า นักการเมืองจะอุทิศตนเพื่อประเทศชาติ เฉกเช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่พวกเขาก็ทำให้คนไทยทั้งชาติผิดหวัง พวกเขาไม่สามารถเป็นเช่นนั้นได้เพราะพวกนักการเมืองไทยได้รับอิทธิพลแนวคิดแบบตะวันตก และมีหัวใจที่ถูกครอบงำไว้ด้วยธุรกิจ

    สำหรับผม พวกเขาจึงไม่ได้มีความเป็นไทยอีกแล้ว นั่นคือ เหตุผลที่ว่า ทำไมคนธรรมดาสามัญทั้งหลายจึงรู้สึกรับไม่ได้กับการคอร์รับชั่นฉ้อราษฏร์บังหลวง และนักโกหกที่ทำลายประเทศลงด้วยมือของพวกเขาเอง…”

    ศ.คราเมส เสนอแนะว่า คนไทยจะต้องเข้าใจคุณค่าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างถ่องแท้และผสมผสานแนวทางแห่งพระพุทธศาสนาของพระองค์ลงไปในการดำเนินชีวิตประจำวันและถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ในโรงเรียนเพื่อให้คนรุ่นใหม่ๆได้ศึกษาด้วย

    เขาเห็นว่า พระราชดำริหรือสิ่งที่ทรงทำในทุกๆ เรื่องนั้น ทรงใช้หัวใจทั้งสิ้น เพราะพระองค์เข้าใจดีถึงคุณค่าของความรักและความซื่อสัตย์

    คนไทยทั้งหลายรู้สึกเชื่อมโยงถึงพระองค์ท่านได้ก็เพราะสิ่งนี้

    เขาคิดว่า คำสอนของในหลวงนั้นเป็นสากลเช่นเดียวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า ด้วยเหตุนี้คนทั่วโลกถึงเรียนรู้และปรับเอาความรู้จากในหลวงไปใช้ได้เช่นกัน

    “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงเป็นทั้งสัญญลักษณ์ของความชาญฉลาดแบบตะวันตก และภูมิพลังปัญญาแบบตะวันออกในบุคคลเดียวกันซึ่งถือว่า เป็นสิ่งสมบูรณ์พร้อมอย่างมาก…”

    ศ.คราเมส ระบุว่า นักการเมืองไทยนั้นตกอยู่ในค่านิยมตะวันตกและมักกระตุ้นคนด้วยการบริโภคนิยมและอำนาจล่อใจของอิทธิพลทางการเมืองและวัตถุนิยมกำลังเข้มแข็งมากเกินไปในสังคมไทย

    เพราะมองเห็นเช่นนี้เขาจึงเตือนว่า

    “คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงกำลังสูญหายไปตลอดกาลหากยังไม่มีใครตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญแห่งคำสอนนั้น…”

    ทุกคนควรตระหนักว่า หนทางเดียวที่จะแสดงความเคารพต่อครูก็คือ เรียนรู้จากพระองค์เพื่อที่จะนำความรู้นั้นไปข่วยเหลือคนอื่น ไม่ใช่เพียงแค่แขวนพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ไว้ในบ้าน…

    …หากคนทุกช่วยกันเก็บรักษาเจตนารมย์อันแรงกล้าและคำสอนของพระองค์เอาไว้ให้อยู่สืบต่อไปตราบชั่วลูกชั่วหลาน ผมเขื่อเหลือเกินว่า พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของทุกคนพระองค์นี้จะอยู่ในหัวใจคนไทยตลอดกาล”

    ฝรั่งคนนี้เป็นใครยังไม่ได้สืบค้น แต่หลายคำของเขานั้นมีคุณค่าน่าเอามาใส่ใจ

    บัดนี้ สิ่งที่เขาเตือนคนไทยมาหลายปีนั้น ปรากฎชัดว่า เป็นเช่นนั้นจริงๆ เช่น หลายประเทศในโลก เห็นคุณค่าของในหลวงและสิ่งที่พระองค์คิด และสิ่งที่พระองค์ทำ แม้กระทั่งองค์การสหประชาชาติก็ยกย่องสดุดีพระองค์ท่าน

    ในไม่ช้านี้ คำเตือนของเขาอีกหลายอย่างก็คงจะเกิดขึ้นตามมา

    น่าคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่เราควรช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันสืบทอด ช่วยกันบำรุงรักษา หรือพัฒนาพระราชมรดกที่พระราชทานไว้ให้แก่สังคมเราสืบต่อไปได้อย่างไร

    …………………..

    ภัทระ คำพิทักษ์ เรียบเรียงจากบทความเรื่อง เรียนรู้จากพระเจ้าอยู่หัว โดย ศาสตราจารย์แมนเฟรด คราเมส (Prof.Manfred Krames) ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Lips ปีที่ 4 ฉบับที่ 16 วันที่ 6 สิงหาคม 2552

  4. AC127Mum
    04/11/2016

    ทำไมการเสด็จสวรรคตของพระมหากษัตริย์ไทยจึงเป็นเรื่องใหญ่
    2 ชั่วโมงที่แล้ว · สาธารณะ
    เขียนโดย โทนี่ คาร์ตาลุซชี่ นักวิจัยภูมิศาสตร์การเมืองและนักเขียน สำหรับนิตยสารออนไลน์ “นิว อีสเทิร์น เอาท์ลุค” วันที่ 16 ตุลาคม 2559
    แปลโดย วิรัตน์ วณิชชากร

    https://m.facebook.com/note.php?note_id=1509559305737168
    คนไทยทุกคนควรอ่านนะครับ อ่านแล้วคิดให้หนักเลยครับ
    พ.อ.ขัตติยพงศ์ฯ
    ____________

    ทำไมการเสด็จสวรรคตของพระมหากษัตริย์ไทยจึงเป็นเรื่องใหญ่
    22 ตุลาคม · สาธารณะ
    เขียนโดย โทนี่ คาร์ตาลุซชี่ นักวิจัยภูมิศาสตร์การเมืองและนักเขียน สำหรับนิตยสารออนไลน์ “นิว อีสเทิร์น เอาท์ลุค” วันที่ 16 ตุลาคม 2559
    แปลโดย วิรัตน์ วณิชชากร
    การเสด็จสวรรคตของพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย ผู้เป็นพระประมุขของชาติ เมื่อพระชนมายุได้ 88 พรรษานั้น เป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศเกิดภายใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
    ความสำคัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย เป็นสิ่งที่ยากสำหรับชาวตะวันตกจะเข้าใจ กษัตริย์ในประเทศตะวันตกมักจะปกครองประเทศแต่จากเบื้องสูง แต่พระมหากษัตริย์ไทยทรงปกครองแผ่นดินด้วยการทรงงานหนักในถิ่นทุรกันดารเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนผู้ยากไร้ของพระองค์ ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจำนวนเรือนแสนเรือนล้านจึงได้เดินทางมาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัยกันเต็มถนนโดยรอบพระบรมมหาราชวังในกรุงเทพฯ เมื่องานพระราชพิธีพระบรมศพได้เริ่มขึ้น
    นอกจากเส้นขอบเขตและเสถียรภาพทางการเมือง ที่พระมหากษัตริย์พระองค์นี้สามารถทำให้เกิดมีขึ้นใหม่ได้อีกครั้งแล้วครั้งเล่า หลังจากเหล่านักการเมืองจากพรรคต่างขั้วเกิดการประทะกันรุนแรงล้ำเส้นเกินขอบเขตแล้ว เบื้องลึกและขอบเขตของการทรงงานยังรวมไปถึงโครงการในพระราชดำริต่าง ๆ ที่สามารถช่วยเหลือประชาชนในระยะยาวทางด้านสาธารณูปโภค การชลประทาน พลังงาน และการเกษตร ที่นักการเมืองที่ไร้วิสัยทัศน์ปฏิเสธที่จะดำเนินการด้วย
    หลาย ๆ ด้านของการทำการเกษตรในประเทศไทย ทั้งการแนะนำพืชพันธุ์ธัญญาหารทางเศรษฐกิจสายพันธุ์ใหม่ ๆ ไปจนถึงการริเริ่มให้มีสหกรณ์การเกษตรและโรงสีข้าวในท้องถิ่นของตัวเกษตรกรเอง ได้ถูกนำเสนอและสนับสนุนเป็นครั้งแรกด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นเวลาหลายสิบปีแล้วที่พื้นที่บางส่วนของพระตำหนักจิตรลดารโหฐานซึ่งเป็นสถานที่ประทับส่วนพระองค์ในกรุงเทพฯ ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นศูนย์จัดแสดงและฝึกฝนเพื่อให้ความรู้แก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้คนทุกหมู่เหล่าสามารถเพิ่มพูนความรู้และทักษะทางเศรษฐกิจในการหาเลี้ยงชีพให้มีความหลากหลายมากขึ้น
    ในทางการเมือง พระปรีชาสามารถของพระองค์ในการประทับอยู่เหนือการต่อสู้กันทางการเมืองของกลุ่มอำนาจฝ่ายต่าง ๆ และความเคารพเทิดทูนไว้สูงสุดเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมที่พสกนิกรชาวไทยถวายแด่พระองค์ ได้สร้างขอบเขตทางการเมืองที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถหลีกเลี่ยงการเข่นฆ่ากันเองภายในประเทศเพราะความขัดแย้งรุนแรงในระดับที่เกิดขึ้นมาแล้วในประเทศกัมพูชา และที่กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศในตะวันออกกลางในขณะนี้
    สำหรับศัตรูของประเทศไทยที่ต้องการให้เมืองไทยไร้ความมั่นคงหรือเกิดเหตุความวุ่นวายทางการเมือง อุปสรรคอันดับแรกซึ่งก็คือเป้าหมายหลักในการโจมตีไปด้วยในตัวก็คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ที่ประชาชนทั้งประเทศเทิดทูนไว้เหนือเกล้าฯ การเสด็จสวรรคตของพระองค์ได้เปิดช่องให้ศัตรูของชาติได้โอกาสหาหนทางทำชั่วทางใดทางหนึ่งเพื่อให้เมืองไทยเกิดความอ่อนแอซึ่งก็จะมีผลทำให้เสถียรภาพของทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดต่ำลงไปด้วย
    ความสำคัญของเมืองไทยต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประชากร 70 ล้านคน การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจดี และมีความหลากหลายจากทั้งทางการเกษตร ไปจนถึงอุตสาหกรรมการผลิต และเป็นประเทศเดียวในประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนี้ ที่สามารถหลีกเลี่ยงการเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตกได้
    ในทางประวัติศาสตร์โลก ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดตลอดมา ในช่วงยุคล่าอาณานิคมโดยชาติตะวันตกก่อนสงครามโลก ประเทศไทยสามารถคานชาติมหาอำนาจที่กำลังล่าอาณานิคมต่าง ๆ ให้หวาดเกรงกันเอง จนประเทศชาติรอดพ้นภัยพิบัติใหญ่หลวงครั้งนั้นมาได้โดยไม่ถูกเป็นเมืองขึ้น ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง พื้นที่ประเทศไทยก็จำต้องกลายเป็นสนามรบระหว่างชาติมหาอำนาจในสมัยนั้น ภายหลังจากนั้น ประเทศไทยเป็นตัวสำคัญที่ทำให้ฝรั่งเศสต้องล่าถอยกลับประเทศออกไปจากอาณานิคมของตัวเองในแถบอินโดจีน เมื่อคราวสงครามเวียตนาม ประเทศไทยก็เป็นฐานทัพชั่วคราวให้กองทัพสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
    ตั้งแต่คราวความขัดแย้งในเวียตนามจบลง ประเทศไทยได้ค่อย ๆ ทะยอยลดบทบาทของตัวเองในการสนับสนุนสหรัฐอเมริกาให้มีอิทธิพลในการควบคุมประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ และมุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีบทบาทสมดุลย์และเป็นกลาง
    ปัจจุบัน สหรัฐอเมริกาได้พยายามที่จะกลับเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคแถบนี้มากขึ้นอีก ทำให้ภูมิศาสตร์การเมืองของประเทศไทยยิ่งมีความเด่นชัดยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อประเทศไทยพยายามหลีกหนีจากแรงกดดัน อิทธิพล และการควบคุม โดยสหรัฐอเมริกา
    ครั้งหนึ่งอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยมีแต่ของเก่าที่กองทัพอเมริกันโละมาให้ ปัจจุบันอาวุธในกองทัพไทยมาจากหลายประเทศ ทั้งจีน รัสเซีย ชาติยุโรป และแม้แต่ระบบป้องกันประเทศจากประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพยายามอย่างหนักหน่วงที่จะสร้างความสัมพันธ์กับนานาประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกควบคุมหรือการต้องพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงประเทศเดียว ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นกุญแจสำคัญในการรักษาเอกราชของชาติได้ด้วยดีตลอดมา
    ขณะนี้ ประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแหล่งการค้าและความร่วมมือกันกับประเทศจีน คนส่วนใหญ่มักคิดไม่ถึงว่าประเทศจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำการค้าอยู่ในทวีปเอเชียเป็นหลัก ความมั่นคงของภูมิภาคจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อทุก ๆ ประเทศในแถบนี้
    สำหรับสหรัฐอเมริกา ซึ่งพยายามจะล้อมกรอบและกักกันประเทศจีน มิให้กลายเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคได้อย่างรวดเร็ว การโยกคลอนเสถียรภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือกุญแจสำคัญในการทำให้ประเทศจีนก้าวขึ้นสู่ความเป็นมหาอำนาจได้ช้าลง และช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้อำนาจที่กำลังลดน้อยถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในแถบเอเชียแปซิฟิกของตนลดลงหรือหมดสิ้นรวดเร็วเกินไป
    การทำลายความมั่นคงในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบของจีน จะโดยการบังคับขู่เข็ญ การโยกคลอนเสถียรภาพ หรือการโค่นอำนาจแล้วสนับสนุนรัฐบาลตัวแทนก็ตาม เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสหรัฐอเมริกาในการทำการบังคับขู่เข็ญและการโยกคลอนเสถียรภาพของจีนด้วยเช่นกัน เพื่อให้ท้ายที่สุดจะสามารถโค่นอำนาจเก่า แล้วสนับสนุนนักการเมืองที่ตนถือหางให้เป็นรัฐบาลใหม่ของประเทศจีนได้สำเร็จ
    การเล็งเป้าไปที่ประเทศไทย
    ประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่กำลังถูกสหรัฐอเมริกากระทำการสั่นคลอนเสถียรภาพ สำหรับแต่ละประเทศในภูมิภาคนี้ สหรัฐอเมริกาก็ดำเนินยุทธวิธีที่คล้ายคลึงกัน จะต่างกันเพียงเล็กน้อยโดยขึ้นอยู่กับส่วนประกอบทางเศรษฐศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ โดยการให้การสนับสนุนทางการเงินแก่หน่วยงานที่ลวงพรางมาในคราบของหน่วยงานการกุศลหรือหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เพื่อมนุษยธรรมและสิ่งแวดล้อม แต่มีหน้าที่หลักในประเทศนั้น ๆ คือ เป็นหน่วยต่อต้านนโยบายและการดำเนินงานพัฒนาของแต่ละประเทศ มิให้ดำเนินไปได้ด้วยความสะดวกจนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีหากนโยบายนั้นจะพัฒนาประเทศให้เข้มแข็งและเจริญก้าวหน้า ซึ่งเมื่อผู้ปกครองเข้มแข็ง ประชาชนอยู่ดีกินดี ก็จะควบคุมยาก และจะเป็นการลดความสำคัญของสหรัฐอเมริกาเองในอนาคต
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองไทย เป้าหมายหลักในการโจมตีคือสถาบันพระมหากษัตริย์และกองทัพ ซึ่งเป็นสองสถาบันที่สหรัฐอเมริกาเห็นเป็นอุปสรรคในการวางตัวนักการเมืองที่สหรัฐอเมริกาถือหางให้เข้ามามีอำนาจ สหรัฐอเมริกาเชื่อนักหนาว่าเหตุผลที่การวางตัวทักษิณ ชินวัตร ให้เป็นตัวแทนอำนาจของตนเกิดการผิดพลาดและล้มเหลวมาตลอดในช่วงระยะ 15 ปีที่ผ่านมา เป็นเพราะการทำรัฐประหารสองครั้งสองคราโดยกองทัพไทย และการชุมนุมประท้วงบนท้องถนนโดยประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมชุมนุมเพราะเชื่อว่าเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันสูงสุดของประเทศ
    คนไทยทั่วไปทราบดีว่า เหตุผลหลักที่ทำให้ประเทศชาติยังมีเอกราชที่ไม่เคยถูกแย่งชิงไปอย่างถาวรมาตั้งแต่สมัยโบราณ คือการที่ประเทศไทยยังคงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์และการมีกองทัพที่เข้มแข็ง การบ่อนทำลายหรือการทำให้ดูราวกับมีการบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์และกองทัพมักถูกมองโดยประชนคนไทยส่วนใหญ่ว่าการกระทำนั้นเป็นการตั้งใจบ่อนทำลายประเทศไทยทั้งประเทศ
    ดังนั้น สำนักข่าวต่างประเทศอย่างซีเอ็นเอ็น และ บีบีซี ซึ่งจงใจพุ่งเป้าหมายของการรายงานข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์รุนแรงในประเทศไทยไปที่การวิจารณ์กองทัพและสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด จึงมักถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยคนไทยด้วยความเกลียดชังกลับไป ในปี 2010 เมื่อผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ชื่อนายแดน ริเวอร์ รายงานข่าวด้วยความมั่วซั่วเรื่องการชุมนุมบนท้องถนนของประชนชนเสื้อแดงที่ฝ่ายพรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ก่อการชุมนุม ทำให้ประชาชนชาวไทยรณรงค์กันต่อต้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น จนกระทั่งนายแดน ริเวอร์ ถูกส่งกลับประเทศของตัวเองไปในที่สุด
    ทุกวันนี้ สำนักข่าวจากประเทศตะวันตกพยายามที่จะใช้ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านอันเปราะบางหลังการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชนี้ ในการโยกคลอนเสถียรภาพของประเทศไทย และได้เริ่มแผนการรายงานข่าวเพื่อทำลายพระเกียรติยศขององค์พระรัชทายาทแล้ว
    การสานสัมพันธ์หรือการตัดเยื่อใยกับประเทศไทย
    สำนักข่าวที่ถูกมองว่ามีการพยายามทำร้ายประเทศไทยโดยการรายงานข่าวอย่างไม่เหมาะสม จะถูกตราหน้าโดยประชาชนคนไทยว่าเป็น “ศัตรู” ของไม่เพียงแต่สถาบันสูงสุด แต่จะเป็นศัตรูของประชาชนทั้งประเทศไปในทันที
    สำหรับชาวตะวันตกที่อาศัยอยู่ในประเทศที่ สถาบันใหญ่ ๆ อย่างรัฐบาล ตลอดไปจนถึงสถาบันย่อย ๆ อย่างสถาบันครอบครัว มักจมปลักอยู่ในความยุ่งเหยิงภายในประเทศของตัวอยู่แล้ว ความคิดที่ว่าประเทศทั้งประเทศจะสามารถอยู่รวมกันได้เหมือนครอบครัวใหญ่ ๆ ครอบครัวหนึ่งแบบในเมืองไทย มักจะเป็นความคิดที่แปลกประหลาดเกินจะเข้าใจได้สำหรับพวกเขา ไม่ว่าความคิดนี้อาจจะแปลกประหลาดเพียงไรก็แล้วแต่ ผลของการไม่เข้าใจความคิดนี้ว่ามันสามารถเกิดมีขึ้นได้ในประเทศอื่น ก็สามารถทำให้อิทธิพลและสถานะที่ดีที่บางประเทศอาจจะมีอยู่เก่าก่อนเหือดหายไปได้ ไม่เพียงเฉพาะกับประเทศไทย แต่รวมไปถึงทั้งหมดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางและเป็นประเทศที่มีบทบาทโดดเด่นมากในกลุ่ม
    เหล่าประเทศที่สื่อมวลชนของตนหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำหรือรายละเอียด ไปจนถึงคำโฆษณาชวนเชื่อที่ปลุกปั่นโดยสหรัฐอเมริกา ในการเสนอข่าวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันในประเทศไทย จะกลายเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นของประเทศไทยภายหลังช่วงเปลี่ยนผ่านแผ่นดิน ซึ่งก็พอจะมองเห็นได้ว่า จากประเทศทั้งหมดในหลาย ๆ ภูมิภาค ประเทศจีนและประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียจะกลายเป็นประเทศที่มีความเป็นมิตรแน่นแฟ้นกับประเทศไทยมากที่สุด ส่วนประเทศฝั่งตะวันตกและแม้แต่รัสเซียนั้น ดูราวกับว่าไม่ค่อยจะสนใจ หรือที่แท้ไม่มีความสามารถในการผูกมิตรกับประเทศไทย ตัวอย่างเช่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีบทความหนึ่งเขียนโดยสำนักข่าวอาร์ทีของรัสเซีย บทความนั้นจะต้องถูกมองโดยคนไทยว่าเป็นการรายงานข่าวเพื่อทำร้ายประเทศไทยอย่างแน่นอน ถึงแม้บทความนี้จะดูเหมือนว่าถูกเขียนขึ้น ถูกตรวจ และเผยแพร่ โดยนักข่าวระดับล่างไม่กี่คนที่ไม่มีจรรยาบรรณและความเป็นมืออาชีพ โดยการอ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯและกลุ่มผลประโยชน์ แต่กระนั้นแล้ว มันก็จะทำให้ประเทศรัสเซียเสียภาพลักษณ์กันไปหมดทั้งประเทศอยู่ดี ซึ่งก็เหมือนกันกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นและบีบีซี ที่มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความรังเกียจ ทำให้อิทธิพลหรือบารมีของสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรที่ยังพอจะมีเหลืออยู่ได้รับผลกระทบในทางลบโดยการนำเสนอข่าวอย่างไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย การกระทำของสำนักข่าวที่ไร้สามัญสำนึกอย่างสำนักข่าวอาร์ทีจะกลายเป็นแรงพุ่งกระแทกกลับที่คล้ายคลึงกัน คือจะทำให้ประเทศรัสเซียเสียสถานภาพอันดีที่เคยมีอยู่ ถ้าความเป็นมืออาชีพในการเสนอข่าวจากรัสเซียยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที
    หากประเทศในแถบตะวันตกรวมทั้งประเทศรัสเซียคิดว่าควรจะต้องพยายามผูกมิตรกับประเทศไทยไว้ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ ประเทศเหล่านั้นจะต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างระมัดระวังว่าจะต้องเข้าใจระบอบการปกครองและระบบปฎิบัติของเมืองไทยอย่างไร และควรกำหนดนโยบายของประเทศตนเองให้เข้ากับประเทศไทยได้อย่างเหมาะสม มากกว่าการบังคับให้ประชาชนคนไทยต้องมารู้สึกชอบวัฒนธรรม ระบบการเมือง และระบบเศรษฐกิจ ของตน ซึ่งจักรวรรดิมหาอำนาจต่าง ๆ ในอดีต ก็เคยพยายามบังคับใช้กับคนไทยมาก่อนตลอดประวัติศาสตร์ชาติไทยอันยาวนาน และล้มเหลวมาตลอด
    อ่าน original article ได้ที่
    http://m.journal-neo.org/2016/10/16
    Tony Cartalucci, Bangkok-based geopolitical researcher and writer, especially for the online magazine“New Eastern Outlook”.

  5. AC127Mum
    11/11/2016

    ศิลปินฝรั่งเศสแต่งเพลงเทิดพระเกียรติในหลวง

    นายฟร้องค์ แอร์ก็อตต์ ศิลปินชาวฝรั่งเศส และอาจารย์ประจำวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ได้จัดทำบทเพลงพิเศษ An Everlasting Light หรือ “แสงสว่างที่ไม่เคยดับ” โดยร่วมประพันธ์และขับร้องกับศิลปินจาก 8 ประเทศ เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

    นายแอร์ก็อตต์ บอกกับบีบีซีไทยว่าเริ่มประพันธ์เพลงนี้ตั้งแต่ทราบถึงพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และได้เห็นความทุกข์ใจของคนไทย จึงอยากมอบบทเพลงนี้เป็นกำลังใจให้คนไทยเพื่อช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ไปได้ เขาต้องการให้เพลงนี้เป็นสื่อแทนความรู้สึกของชาวต่างชาติที่เข้ามาหาเลี้ยงชีพหรือพักอาศัยในประเทศไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระองค์

    นายแอร์ก็อตต์ เล่าว่าเขาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเพื่อน ๆ นักดนตรีที่รู้จักมักจะเล่าเรื่องราวของ “ในหลวง ร.9” ให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง โดยเขาเองมีความประทับใจในพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีและมักจะอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาบรรเลงอยู่เสมอ เพราะมีทำนองที่ติดหูและเข้าถึงใจ

    นายแอร์ก็อตต์ มองว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเปรียบได้ดังแสงสว่างที่ไม่เคยดับในใจของคนไทย โดยพระราชกรณียกิจมากมายที่พระองค์ทรงวางรากฐาน รวมถึงบทเพลงพระราชนิพนธ์ จะยังคงเป็นมรดก และแสงสว่างนำทางประเทศไทยต่อไป #KingBhumibolAdulyadej

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 29/10/2016 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: