AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

การเป็นผู้นำ

img_8147

 

วันก่อน
ขณะที่ดิฉัน อาจารย์และผู้บริหารท่านอื่น ๆ
กำลังคุยเรื่อง “Leadership” หรือ “ผู้นำ”
ผู้บริหารท่านหนึ่งเล่าเรื่องชวนอมยิ้มว่า
ลูกน้องไม่เคยเรียกเธอว่า “ลีดเดอร์”
แต่เรียกเป็น “เชียร์ลีดเดอร์”
เพราะเธอจะคอยเชียร์ให้ทุกคนเกิดฮึกเหิมกำลังใจทำงาน

เรื่องราวของท่าน “เชียร์ลีดเดอร์” นี้
ชวนให้ดิฉันนึกถึงเจ้าของร้านอาหารฝรั่งเศสในโอซาก้าคนหนึ่ง
ชื่อ คุโรอิวะ อิซาโอะ (黒岩功) ค่ะ
+++
วงการธุรกิจร้านอาหารในญี่ปุ่น
ถือว่าเป็นกลุ่มที่หาพนักงานทำงานยากมาก
เพราะงานหนัก ความต้องการแรงงานสูง
พวกเชฟและพนักงานก็มักย้ายร้านที่ทำกันบ่อย ๆ
ชวนให้เจ้าของปวดหัวเรื่องหาคนและฝึกพนักงานใหม่

ทว่า ร้านของคุโรอิวะนั้น กลับแตกต่างโดยสิ้นเชิง
ในระยะเวลา 12 ปี เขาประกาศรับพนักงานแค่ 2 ครั้ง
แถมพนักงานที่เคยลาออกไป
กว่าครึ่ง จะกลับมาทำงานกับเขาอีก

คุโรอิวะบอกว่า หลักในการบริหารของเขา คือ
การสร้างองค์กรที่คนรู้สึกว่า
ได้ผลตอบแทนบางอย่างที่มีค่าเกินกว่าเม็ดเงิน

ในองค์กรทั่วไป ผู้บริหารอาจมีหน้าที่สั่งการลูกน้อง
ให้ทำโน่นทำนี่
แต่ที่ร้านนี้ ผู้บริหารไม่สั่ง
แต่จะให้ลูกน้อง “ยกมืออาสา” แทน
เรียกว่า “โปรเจ็คยกมือ”

ใครอยากรับผิดชอบเรื่องใดในงานไหน
ก็ยกมือเอา
เพราะฉะนั้น ไม่มีพนักงานคนไหน (กล้า) บ่นว่า
ไม่อยากทำงานนี้เลย
เพราะตัวเองเป็นคนอาสาเอง
พนักงานทุกคนจึงรู้สึกมีพลังในการทำงานมากขึ้น
เพราะตัวเองเลือกเอง ได้รับผิดชอบเอง

ขณะเดียวกัน ไม่มีพนักงานคนไหนเอาแต่วิจารณ์หรือติเตียนคนอื่น
เพราะก็จะโดนบอกว่า
ถ้าไม่พอใจตรงไหน ยกมือแล้วลงมือแก้ไขเลย
ผู้บริหารก็ต้องทำอย่างนี้เช่นกัน

แต่ถ้าไม่มีใครยกมือล่ะ?
ไม่ต้องห่วง … ใครมาทำที่นี่ก็มีกำลังใจ
เพราะคุโรอิวะจะหมั่นฟัง หมั่นถามว่า
พนักงานแต่ละคนฝันอยากทำงานด้านไหน
ต้องการเป็นอะไร
และคอยให้พนักงานได้มีโอกาสทำงานที่ตนเองสนใจ

ส่วนงานไหนที่พนักงานไม่ถนัด
คุโรอิวะก็จะบอกลูกน้องว่า
เป็นกำแพงอีกกำแพงที่หากกระโดดข้ามไปได้
จะทำให้พวกเขาใกล้ความฝันอีก 1 ก้าว

ขณะเดียวกัน ตัวเขาเอง ก็จะไม่มองว่า
ลูกน้องคนนั้นไม่ได้เรื่อง ทำงานได้ไม่ดี
แต่กลับพยายามมองหาจุดแข็งของพนักงาน
และพยายามพัฒนาศักยภาพตรงนั้นให้ออกมาเฉิดฉายมากขึ้น
+++
“เชียร์” ลีดเดอร์ที่แท้จริง

มีอยู่ครั้งหนึ่ง
ยอดขายร้านอาหารสาขาแรกของคุโรอิวะตกถึง 70%
เมื่อเทียบกับยอดขายปีก่อน
เนื่องจากผู้จัดการร้านออกไปตั้งร้านของตนเอง
คุโรอิวะนำรายชื่อลูกค้ายื่นให้อดีตผู้จัดการคนนั้น
และบอกว่า “ที่ผ่านมา
เป็นเพราะคุณทำงานเหน็ดเหนื่อยและทุ่มเทเพื่อลูกค้ามาก
ลูกค้าจึงกลายเป็นแขกประจำของร้านเรา
คุณสามารถชวนลูกค้าไปร้านใหม่ได้เลยนะ”
(พูดด้วยความจริงใจ)

และเขาก็บอกกับลูกน้องที่เหลือว่า
“ถ้ายอดขายกลับมาเป็น 100% เมื่อไร
ก็ถือว่า เป็นผลงานของพวกเรากันเองแล้วนะ!”
ยอดขายกลับมาเกิน 100% ภายในระยะเวลาเพียงปีเศษเท่านั้น

แถมคำพูดของเขา ก็ยังมัดใจทั้งอดีตผู้จัดการ
และลูกน้องปัจจุบันด้วย

เรื่องราวของเชฟคุโรอิวะน่าสนใจหลายแง่มุมเหลือเกิน
นอกจากการสร้างความประทับใจให้ลูกน้องแล้ว
เขายังสามารถทำให้ลูกค้าประทับใจได้อีกด้วย
ครั้งหน้า ดิฉันจะมาเล่าต่อนะคะ

Japan Gossip by เกตุวดี Marumura

อ่านเรื่องประวัตชีวิตเชฟคุโรอิวะในตอนก่อน: https://goo.gl/G7QPdu

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 24/01/2017 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 91 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,785,582 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 91 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,785,582 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 91 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,785,582 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: