AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

กูตายมึงก็ตาย! การตะโกนขู่สู้โรคมะเร็งของ อ.เผ่าทอง ทองเจือ

 

img_8642

กูตายมึงก็ตาย!!” การตะโกนขู่สู้โรคมะเร็งระยะที่ 4
จนรักษาหายของ อ.เผ่าทอง ทองเจือ
อ่านจบแล้ว แชร์ต่อเป็นวิทยาทานเลยค่ะ”ขอบคุณอย่างมาก” สำหรับคำบอกกล่าวจากประสบการณ์จริง ของ อาจารย์เผ่าทอง. ทองเจืกับการต่อสู้กับมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 4

ส่งต่อมาแบ่งปันสู่ผู้คน เพื่อเป็นวิทยาทาน เป็นธรรมทาน ให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็ง และทุกคนเพื่อเพิ่มการใส่ใจดูแลสุขภาพ

 

“มะเร็ง” อาจเป็นเพชฌฆาตร้ายอันดับหนึ่ง ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกอย่างไม่มีเยื่อใย แต่ใช่ว่าคนเป็นมะเร็งจะต้องนอนรอความตายสถานเดียว ยังมีคนอีกไม่น้อยที่โชคดีรอดจากการเป็นเหยื่อมัจจุราชได้อย่างอัศจรรย์ พวกเขามีคาถาอะไรดีในการพิชิตมะเร็ง และมะเร็งทำให้ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ตามค้นหาคำตอบ เพื่อจุดประกายความหวังให้ผู้ป่วยมะเร็งได้มีกำลังใจต่อสู้ กับโรคร้ายนี้ไปด้วยกันเลย

 

ก่อนปี 2536 คนวัย 30 ขึ้นไป ในสังคมไทย รู้จัก อ.เผ่าทอง ทองเจือ แทบทุกคน ทั้งในบทบาทถวายงานรับใช้สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ฯ งานสอนในมหาวิทยาลัย เป็นนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดี ผู้แตกฉาน (อ.แพนของลูกศิษย์) บทบาทคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตรในวันเพียง 37 ปี. บทบาท นายแบบ นิตยสารผู้หญิงแทบทุกฉบับ เป็นดารา และพิธีกรรายการโทรทัศน์

 

เมื่อปี พ.ศ. 2536 หรือเกือบ 24 ปีก่อน ในขณะนั้นด้วยอายุ 37 ปี ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองขั้นที่ 4 ระยะท้าย และจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 3 เดือน

 

วินาทีแรกที่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง โลกทั้งโลกแทบดับลงตรงหน้า เขานอนซมหมดกำลังใจอยู่หลายวัน จนกระทั่งนึกถึงคำพูดของแม่ ทำให้มีสติฮึดสู้อีกครั้ง

“พบสิ่งผิดปกติแต่นิ่งนอนใจ”

 

เมื่อก่อนนี้ ผมคลำเจอก้อนเนื้อขนาดเท่าเม็ดถั่วลิสง ที่ราวนมด้านขวา ตอนนั้นไปทำวิจัยด้านโบราณคดีที่ประเทศอังกฤษ 3 เดือน เป็นเรื่องบังเอิญมาก เพราะปกติชอบอาบน้ำจากตุ่ม ไม่ใช้ฝักบัวเลย แต่พอไปอยู่อังกฤษต้องอาบฝักบัว ทำให้คลำพบความผิดปกติ ตอนนั้นคิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะกดยังไงก็ไม่เจ็บ เพียงแต่สังเกตว่าขนาดก้อนเนื้อโตขึ้นเรื่อยๆ จนใหญ่เท่าไข่เป็ด!!

 

พอกลับเมืองไทยต้องขึ้นเหนือไปทำธุระที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เลยแวะไปหาเพื่อนที่เป็นหมอประจำโรงพยาบาลสวนดอก เล่าอาการให้ฟัง และวินิจฉัยตัวเองว่าคงไม่เป็นอะไร เพราะกดยังไงก็ไม่เจ็บ!! ปรากฏว่าเพื่อนหน้าเสียเลย รีบเรียกหมอเฉพาะทางมาตรวจ ถ้าถึงขั้นกดแรงๆ ยังไม่เจ็บ แสดงว่าอาการหนัก!! ตอนนั้นแพทย์หญิงบุญสม ชัยมงคล สั่งให้เข้าห้องผ่าตัดทันที เพื่อตัดก้อนเนื้อออกมาตรวจ เข้าไปตั้งแต่บ่ายโมง จนถึง 6 โมงเย็นในวันเดียวกัน

 

“ข่าวร้าย… ” คุณหมอ บอกว่า “คุณต้องทำใจนะ เพราะเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ขั้นที่ 4 คงมีชีวิตอยู่ได้แค่ 3 เดือน!!”

 

ตอนนั้นปล่อยโฮเลย เหมือนถูกพิพากษา ไม่มีเรี่ยวแรงขยับตัว คิดแต่ว่ายังไม่อยากตาย และไม่เชื่อว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ตอนนั้นเราอายุแค่ 37 ปี กำลังมีหน้าที่การงานรุ่งโรจน์ จะมาตายตอนนี้ไม่ได้ แล้วแม่จะอยู่ยังไง มีลูกแค่คนเดียว แม่เคยพูดตลอดว่า “ความทุกข์ที่สุดของแม่ คือเห็นลูกตายก่อนแม่ นึกถึงคำพูดนี้แล้วทำให้ฮึดสู้ คิดว่าเราต้องมีชีวิตอยู่เพื่อแม่ เราจะตายก่อนแม่”   ไม่ได้!!

 

** จุดเปลี่ยนของจิตใจที่สำคัญ เกิดขึ้นเมื่อ แพทย์หญิงนินนาท ชินะโชติ ไปเยี่ยมที่เชียงใหม่ สอนให้ทำใจยอมรับ สอนทำสมาธิ และวิปัสสนากรรมฐาน รักษาใจ พร้อมกับรักษาอาการ. โดยคุณหมอเปรียบเทียบเราเหมือนโชเฟอร์ขับรถ ร่างกายคือรถ ใหม่ๆวิ่งฉิว นานไป เครื่องรวน รถดับและติดไฟแดง จะทำอย่างไร ต้องลงจากรถใช่ไหม ต้องหารถใหม่โดยสารไป วิญญาณต้องทิ้งร่าง หาร่างใหม่ น้ำตาทะลักจากภายใน. ใช้เวลาเป็นปีรักษาหนักๆ

..

“เร่งรักษาจนเกือบตาย” ถ้าไม่อยากตายก็ต้องมารักษากัน คุณหมอสมพร กระตุ้นให้สู้ แล้วบอกให้ลองรักษาด้วยการให้คีโมดับเบิลโดส โดยหมอจะอัดเข้าไปที่เส้นเลือดโดยตรง ถ้ารอดก็รอดไปเลย เราอยากรอดเพื่อแม่ เลยตอบตกลง แต่ยังไม่กล้าบอกแม่ว่าเป็นมะเร็ง เพราะยังทำใจไม่ได้ ปรากฏว่าพอหมอฉีดยาดับเบิลโดส ร่างกายเราทนไม่ไหว หัวใจหยุดเต้นและไม่รู้สึกตัว ปั๊มหัวใจยังไงก็ไม่ขึ้น จนทางโรงพยาบาลเข็นร่างไปไว้ที่ห้องซีซียู มีคนไข้นอนตายอยู่แล้ว 1 คน ตอนนั้นสลบไป 7 วัน จนวันสุดท้ายคุณหมอลองใช้ไฟฟ้าช็อต ทำให้ฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ แต่ยังลืมตาไม่ขึ้น จำได้แม่นเลยว่ามีนักศึกษาแพทย์เข้ามาดู และได้ยินเสียงพูดว่าศพนี้ซวยมากเลย เป็นทั้งโรคหัวใจและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ผมตะโกนเถียงสุดแรงว่า “ไม่! ไม่ซวย! ต้องไม่ซวย!”

..

“ทรมานต่อจากการรักษา” หลังรอดจากการให้คีโมดับเบิลโดสมาได้ หมอก็เริ่มให้คีโมปกติ ให้ไปทั้งหมด 40 เข็ม ต้องนอนโรงพยาบาลอยู่ 40 อาทิตย์ ทรมานมาก ทั้งอาเจียน, ไข้ขึ้น เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว สลับกันทุก 3 ชั่วโมง หมอบอกว่าให้คีโมแล้วผมจะร่วง พอเข็มแรกผ่านไปก็ร่วงจริงๆ เรียกว่าไม่มีขนเหลือสักเส้นบนร่างกาย   ช่วงนั้นเริ่มมีข่าวลือว่า “เผ่าทอง” เป็นเอดส์!! แต่คุณแม่ก็ให้กำลังใจ บอกว่าขอให้ลูกหายเร็วๆ นะ ตั้งใจรักษาตามหมอ แม่อยู่กรุงเทพฯ คนเดียวได้ ไม่ต้องห่วง ระหว่างที่นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล วันไหนที่ทนไม่ไหว รู้สึกท้อแท้ ก็จะโทรศัพท์หาแม่ แต่จะพยายามทำเสียงเข้มแข็ง บอกแม่ว่าลูกสบายดี

..

“เนื้อร้ายลุกลามอีก” แม้การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองในช่วงปีแรกจะได้ผลเกินคาด แต่มะเร็งร้ายกลับลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นที่รักแร้, ต้นคอทั้งสองข้าง, ตับ, ขาหนีบ และต่อมลูกหมาก ทำให้ ต้องทนทุกข์ทรมานกับการให้คีโมอย่างต่อเนื่องถึง 6 ปีเต็ม พร้อมกับการผ่าตัด 9 ครั้ง!!

 

กว่าจะมายืนยิ้มได้อย่างทุกวันนี้ นอกจากกำลังใจที่ดีแล้ว การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต ก็เป็นกุญแจสำคัญในการพิชิตมะเร็ง

..

“กูตายมึงก็ตาย !!” ร้องตะโกนขู่มะเร็งทุกเช้า เพื่อปลุกใจตัวเอง และคิดตลอดว่า…. “เราต้องอยู่เพื่อแม่!!”   ถึงแม้ท่านจะเสียชีวิตไปได้หลายปีแล้ว

 

ใช้ชีวิตอยู่กับมะเร็ง 16 ปี รักษาต่อเนื่องนอนเตียงคนไข้เกือบ 6 ปี

..

คุณหมอแนะนำให้ทานอาหารย่อยง่ายๆ ไม่เผ็ด ไม่มัน เลิกทานไก่และหมู เพราะมีฮอร์โมนกระตุ้นมะเร็ง  ควรทานเนื้อวัวเสริมโปรตีน แต่เราไม่ทานตั้งแต่เด็ก เลยเปลี่ยนมาทานปลาย่าง ปลาลวกแทน และเน้นทานผักผลไม้เยอะๆ

 

หลังจากเป็นมะเร็งยังค้นพบสัจธรรมหลายอย่าง รู้สึกว่า… ชีวิตคนเราไม่แน่นอน เริ่มมีความพอเพียงมากขึ้น ไม่โลภมากอยากมีอยากได้แบบสมัยก่อน

 

ก่อนป่วยมีบ้าน 11 หลัง เข้า เธค บาร์ เมาหัวราน้ำ วีนแตกได้ทุกเรื่อง ฟุ้งเฟ้อ ทะเยอทะยาน หลัง 5 ปี ก็ไม่ได้ไปอยู่บ้านสักหลัง ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ยึดติด ไม่ผูกมัด กินง่าย นอนง่าย ไม่มีห้องรับแขก นอนไม้กระดาน ปูผ้าคอตตอนบางๆแคบๆ ขายบ้านทั้งหมด ซื้อใหม่เป็นบ้านหลังเดียวที่ตนเองจะได้อยู่ กินข้าวข้างถนนก็ได้

..

ทุกวันนี้คิดแต่ว่า ” เราโชคดีได้เกิดใหม่อีกครั้ง ต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม”

..

“ถ้าใจสู้ กายก็รอด” ปัจจุบัน อาจารย์เผ่า ทองเจือ ในวัยย่างเข้า 61 ปี กลับมามีสุขภาพจิตและร่างกายที่แข็งแรง เป็นหนึ่งในเพียงไม่กี่คนของผู้ที่ต่อสู้กับมะเร็งร้ายได้สำเร็จ หลังรอดจากมะเร็งและการรักษามะเร็งมาได้ราวปาฏิหาริย์

 

ปัจจุบันใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ดำเนินชีวิตด้วยการเป็นพิธีกร ในรายการ “เปิดตำนานกับเผ่าทอง” ทาง PPTV HD 36 มีโรงงานทอผ้าที่ออกแบบเองแบบมีความสุข ทำการเกษตรบ้าง มีบริษัททัวร์ สนุกและสุขกับงานที่ทำ

..

ขอฝากเตือนผู้อ่านเรื่อง… การระมัดระวังการกินการอยู่ หมั่นดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง ฝึกการทำจิตใจให้เข้มแข็งเพื่อต่อสู่กับทุกปัญหาที่จะเข้ามา และอย่าลืมที่จะแบ่งปันเรื่องราวนี้ต่อ ๆ กันไป เพื่อเป็นธรรมทานและสร้างผลบุญต่อตนเองและผู้อื่นด้วย

https://www.pageqq.com/en/content/view/page/cntth1/0-1648189.html#.WJR8atSrkEo.facebook

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 07/02/2017 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 90 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,624,571 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 90 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,624,571 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 90 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,624,571 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: