AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

สร้างสุขด้วยสติ ฝึกสมาธิเพื่อหัวใจ

สร้างสุขด้วยสติ ฝึกสมาธิเพื่อหัวใจ

 

ปัญหาของคนวัยทำงานส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นความเครียด เพราะ 1 ใน 3 ของแต่ละวันหมดไปกับการทำงาน บางคนโหมทำงานมากเกินไปจนสูญเสียสมดุลในชีวิต ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับหัวใจ

กรมสุขภาพจิตเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงจัดทำคู่มือสร้างสุขด้วยสติในองค์กร (Mindfulness In Organization : MIO) เพื่อเผยแพร่ความรู้และวิธีกำจัดความเครียดที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนด้วยการฝึกสติและสมาธิง่ายๆ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

นอกจากนี้ผลการวิจัยทั้งในและต่างประเทศยืนยันตรงกันว่า การฝึกสติและสมาธิง่ายๆ ช่วยกำจัดความเครียดออกจากจิตใต้สำนึกอย่างได้ผลและยั่งยืน โดยเฉพาะคนกลุ่มวัยทำงาน

• สำหรับขั้นตอนในการฝึกสมาธิ 3 ขั้นตอนนั้น ประกอบด้วย

1. ฝึกหยุดความคิด (2 นาที)
โดยนั่งตัวตรง ศีรษะตรง หลับตาเบาๆ หายใจเข้าออกยาวๆสัก 5-6 ครั้ง ให้รับรู้ลมหายใจที่มาสัมผัสบริเวณปลายจมูก ซึ่งเราจะต้องตั้งใจจับความรู้สึกลมหายใจเข้าออก เนื่องจากบริเวณปลายจมูกมีประสาทรับรู้น้อยกว่าที่อื่น การรับรู้ลมหายใจจึงทำให้หยุดคิด เมื่อทำได้แล้ว ให้หายใจตามปกติ

2. ฝึกจัดการความคิด (4 นาที)
ฝึกการจัดการความคิดที่เกิดขึ้นในใจ โดยให้รู้ตัวว่ามีความคิดเกิดขึ้น แต่อย่าติดตาม ปลดปล่อยความคิดนั้นไป และกลับมาสนใจที่ลมหายใจบริเวณปลายจมูก อย่าสั่งตัวเองให้หยุดคิดหรือว้าวุ่นวกวนกับความคิดเพราะจะทำให้จิตไม่สงบ วิธีนี้สมองจะค่อยๆปลดปล่อยความว้าวุ่นออกไปจากจิตใต้สำนึกจนสงบ

3. ฝึกจัดการความง่วง
ความง่วงเกิดจากจิตเริ่มสงบ ต้องจัดการโดยพยายามยืดตัวให้ตรง เพื่อให้ร่างกายตื่นตัว หายใจเข้าออกลึกๆ 5-6 ครั้ง เมื่อหายง่วงให้กลับมารับรู้ลมหายใจบริเวณปลายจมูกเช่นเดิม ช่วงเวลาฝึกสมาธิที่ดีที่สุดคือเช้าตรู่หรือก่อนนอน เนื่องจากเป็นช่วงที่สงบ

นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า…
• สติเป็นจิตที่มีคุณภาพในขณะทำงาน
• ส่วนสมาธิเป็นจิตที่มีคุณภาพขณะพัก
ทั้ง 2 ส่วนนี้สัมพันธ์เกื้อหนุนกัน
• การนั่งสมาธิทุกวัน วันละ 10-20 นาที จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวบุคคล ทำให้การทำงานดีขึ้น ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น แสดงออกอย่างระมัดระวัง ตระหนักรู้ตัวเอง ทำให้จิตมีความรัก ความเมตตาเสียสละ และอดทน

เนื่องจากจิตในขณะที่..มีสติ..จะทำงานโดยไม่วอกแวก ไม่ถูกสอดแทรกด้วยอารมณ์
ส่วนจิตขณะ..ทำสมาธิ..จะหยุดคิดจนเกิดความสงบ เกิดการผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นการคลายเครียดในระดับลึก

ตรงข้ามกับกระบวนการเกิดอารมณ์และความเครียด ซึ่งจะเริ่มจากการสะสมความว้าวุ่น ความคิดลบจากแรงกดดันต่างๆและจบด้วยการเกิดอารมณ์และความเครียด

จะเห็นได้ว่าการฝึกสมาธิมีประโยชน์มาก ไม่ใช่แค่ช่วยพัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อบุคลิกภาพและสุขภาพในระยะยาวด้วยหากเราปรับเปลี่ยนรูปแบบชีวิตให้สอดคล้องย่อมทำให้เกิดความสมดุลและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ที่มา http://www.thaiheartfound.org/index.php?/category/details/mood/91

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 11/07/2017 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 91 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,785,612 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 91 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,785,612 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 91 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,785,612 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: