Author Archives: AC127Mum

About AC127Mum

Facebook : AC127Mum

ผังผืดรัดเส้น / นิ้วล็อค

มาตรฐาน

5
ผังผืดในมือและข้อมือ

ในบริเวณมือและข้อมือมีปัญหาที่เกิดจากผังผืดทับเส้นเอ็นและเส้นประสาทอยู่หลายตำแหน่ง ตำแหน่งที่สำคัญและพบบ่อยๆ มีดังนี้

1. ผังผืดรัดเส้นประสาทที่ข้อมือ (Carpal tunnel syndrome)

เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากการกดทับของผังผืดบนเส้นประสาทที่บริเวณข้อมือ ทำให้มีอาการดังต่อไปนี้

ปวด ชาบริเวณฝ่ามือและนิ้วมือจะมีอาการข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง มักจะมีอาการเด่นชัดในมือข้างที่ถนัด โดยเฉพาะนิ้วโป้ง ชี้ กลาง และนิ้วนางครึ่งนิ้ว

เมื่อย มือง่ายเมื่อทำงานออกแรง มีอาการอ่อนแรงของมือ และนิ้วมือ เช่น กำมือได้ไม่แน่น หยิบจับของแล้วหล่นง่าย ถ้าไม่รีบรักษา จะสังเกต เห็นกล้ามเนื้อในมือฝ่อลีบ อาจพบว่ามีอาการมากขึ้นในตอนกลางคืน บางครั้งผู้ป่วยอาจตื่นขึ้นมาเนื่องจากอาการปวด แต่เมื่อสะบัดข้อมือ แล้วมีอาการดีขึ้น

เพศหญิงพบได้บ่อยกว่าเพศชาย อายุที่พบบ่อยคือประมาณ 35-40 ปี
สตรีอาจมีอาการขณะตั้งครรภ์

ผู้ที่ใช้ข้อมือกระดกขึ้นลงบ่อยๆ หรือทำงานที่มีการสั่นสะเทือน ของมือและแขนอยู่เป็นเวลานาน ดังนั้นจะพบโรคนี้ได้บ่อยในกลุ่มแม่บ้านที่ทำกับข้าว ซักผ้า พนักงาน โรงงาน พนักงานขุด เจาะถนน

2. ผังผืดรัดเส้นเอ็นที่นิ้ว ( นิ้วล็อค )

ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนนิ้วถูกล็อค นั่นคือ กำมืองอนิ้วได้ แต่เวลาเหยียดนิ้ว จะเหยียดไม่ออกเหมือนโดนล็อคไว้ จึงเป็นที่มาของคำว่า “นิ้วล็อค”ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Trigger Finger” เป็น โรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อหุ้มเส้นเอ็นงอนิ้วบริเวณฝ่ามือตรงตำแหน่ง โคนนิ้ว มีโอกาสเป็นได้ทุกนิ้ว ผู้ป่วยบางคนอาจจะเป็น 2 หรือ 3 นิ้วพร้อมกันได้ หรือเป็นที่มือทั้ง 2 ข้าง พบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อายุประมาณ 40 – 50 ปี โดยโรคนี้ทำให้ผู้ป่วยเกิดความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยมากจะเกิดกับผู้ที่ใช้งานมือในลักษณะเกร็งนิ้วบ่อยๆ เช่น การทำงานบ้านต่างๆ การหิ้วของหนักการใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ ตัดผ้า การยกของหนักต่างๆ เป็นต้น

3. ผังผืดรัดเส้นเอ็นที่ข้อมือ ( Dequervain’s syndrome)

เป็นการอักเสบและตีบแคบของปลอกหุ้มเอ็น (tenosynovitis) ที่ ใช้ในการกระดกนิ้วหัวแม่มือ แต่การตีบแคบและอาการแสดงจะเจ็บบริเวณที่ข้อมือ โครงสร้างเอ็นสองเส้นที่มาบังคับการทำงานของนิ้วหัวแม่มือจะวิ่งในปลอกหุ้ม เอ็น เอ็นจะมีเยื่อหุ้มเอ็นซึ่งจะทำหน้าที่ทำให้เอ็นเคลื่อนในปลอกลื่นไหล เมื่อปลอกหุ้มเอ็นอักเสบหรือบวมจะทำให้เกิดอาการปวด (ตามรูป) การ ตรวจผู้ป่วยจะเจ็บมากขึ้นเมื่อกระดกข้อมือขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีแรงต้านการกระดกข้อมือ หรือต้องบิดหมุนขวด สาเหตุมักจะเกิดเนื่องจากการใช้งานของข้อมือและนิ้วหัวแม่มือในลักษณะกระดก ข้อมือซ้ำๆ เช่น การหยิบสิ่งของต่าง การทำงานในโรงงาน การทำงานสวน งานหนัก บางรายเกิดในช่วงที่ต้องอุ้มเด็กเป็นเวลานานๆ

ภาวะโรคทั้งสามที่กล่าวมา การรักษามักเริ่มต้นด้วยการปรับรูปแบบการทำงาน ลดสาเหตุที่ทำให้เจ็บและเกิดการอักเสบมากขึ้น อาจจะทานยาต้านการอักเสบ ยาลดปวดและลดบวมร่วมด้วย เมื่ออาการเป็นมาก เป็นมานาน และได้รับการรักษาด้วยวิธีต่างๆข้างต้นแล้วไม่ดีขึ้นหรือไม่หายสนิท สามารถใช้วิธีการฉีดยาต้านการอักเสบเฉพาะที่ หรือจะเลือกวิธีการผ่าตัดเพื่อให้อาการหายและไม่กลับมาเป็นอีก การเลือกวิธีการรักษาโดยการผ่าตัดควรปรึกษาแพทย์เพื่อได้อธิบายข้อดีข้อเสีย และการปฎิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัดได้อย่างครบถ้วน

นพ. สุขสันต์ ตั้งสถาพร
ศัลยแพทย์ ออร์โธปิดิกส์
ศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อโรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี

5 2

ทำไม? หนูต้องตาย…

มาตรฐาน

1409459817-11-o 1409459827-12-o 1409459844-13-o1409459858-14-o 1409459879-15-o 1409459888-16-o

 

ชอบ comments   ใน http://pantip.com/topic/32520417

  • ตราบใดที่สุรายังจำหน่ายได้เพราะจ่ายภาษีอย่างงดงามให้กับเมืองพุทธที่มีศีลข้อ 5 ห้ามดื่มของมึนเมา  ก็ต้องมีคนตายสังเวยภาษีนั้นต่อไปแหละครับจากการ์ตูนหัวกระทู้  เราห้ามพุทธศาสนิกชนดื่มสุราไม่ได้  ที่ทำได้ก็แค่เลี่ยงสถานที่อโคจรยามวิกาลเพื่อลดความเสี่ยงครับ  ถ้าทำงานเสร็จก็กลับบ้านซะ งดไปงานเลี้ยง โอกาสที่จะถูกขี้เมาชนตายก็ลดลงครับ
  • ดื่มเหล้าไม่ผิดอะไรนักหนาหรอก
    แต่เมาแล้วขับน่ะผิดหลายประเทศเขาเลยรณรงค์ให้ “ดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ”
    ใครจะขับก็ไม่ต้องดื่ม ใครเมาก็ให้คนอื่นขับ จะแท็กซี่หรือให้เพื่อนขับให้อะไรก็ว่าไป

 

ที่นั่ง VIP

มาตรฐาน

76

มีคณะละครสัตว์มาทำการแสดงที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง พวกเขาต้องการหาคนงานเพื่อช่วยเตรียมงาน โดยมีข้อตอบแทนว่า
ทำงาน3ชั่วโมง ให้ตัวเข้าชมที่นั่งหลังสุด1ใบ
ทำงาน6ชั่วโมง ให้ที่นั่งตรงกลาง
ทำงานทั้งวัน ให้ที่นั่งVIPด้านหน้าสุด
มีพี่น้องที่ยากจนคู่หนึ่งยินดีทำงานทั้งวัน เพื่อจะได้นั่งด้านหน้าสุดซึ่งเป็นที่นั่ง VIPเขาทั้งสองเริ่มทำงาน ตั้งแต่ตอนเช้าจนตะวันตกดินเขาทำงานไม่หยุด ช่วงเวลาพักทานอาหารกลางวันพวกเขากินหมั่นโถวเพียงแค่คนละลูก เมื่อถึงช่วงบ่าย สองพี่น้องต่างก็เริ่มมีอาการเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า แต่ที่นั่งVIPทำให้เขายืนหยัดที่จะสู้ต่อ และเมื่อถึงตอนค่ำ พวกเขาก็ได้รับตั๋วที่นั่งด้านหน้าสุดสมดั่งใจหมายสองพี่น้องนั่งอยู่บนเก้าอี้VIPด้วยความอ่อนล้าและเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนมอมแมม อีกทั้งสองมือก็เต็มไปด้วยตุ่มน้ำใสๆเจ็บระบมไปหมด
และเมื่อพิธีกรออกมาประกาศให้รู้ถึงรายการแสดงในค่ำคืนนี้ ผู้ชมต่างพากันปรบมือเป่าปากวิ๊ดวิ้วเกรียวกราว แต่สองพี่น้องผู้น่าสงสาร นั่งเอาหัวชนกันหลับอยู่บนเก้าอี้VIPด้วยความเหนื่อยล้า!

……………………..
เราต่างรู้สึกว่าสองพี่น้องคู่นี้ช่างน่าสงสารและน่าขันสิ้นดี
แต่เมื่อกลับมาพิจารณาตัวเอง พวกเราก็ไม่ได้แตกต่างจากสองพี่น้องนี้เลย!
โลกนี้เต็มไปด้วยสีสัน เปรียบไปก็เหมือนคณะละครสัตว์
เราทุกคนต่างก็อยากได้ที่นั่งที่ดีที่สุดในการชมการแสดง
เราจึงทุ่มเทสุดกำลังกายใจเพื่อให้ได้ที่นั่งที่ดีที่สุดมาครอบครอง
แต่ในวันที่เราได้รับตั๋วใบนั้นมาครอบครอง เราก็แก่เสียแล้ว!
หูตาเริ่มฟ้าฟาง โรคภัยเริ่มรุมเร้า เหนื่อยล้ามาทั้งชีวิต สุดท้ายก็หลับสนิทอยู่บนเก้าอี้VIP
มาถึงตรงนี้ คุณคิดว่าคุณควรเลือกนั่งชมการแสดงแม้จะไม่ใช่ที่นั่งที่ดีที่สุด หรือจะเลือกนั่งหลับอยู่บนเก้าอี้ที่ดีที่สุด?

นุสนธิ์บุคส์

จาก comments https://www.facebook.com/NusonBooks/photos/a.286417594859673.1073741828.286409091527190/371699309664834/?type=1&theater
  • อ่านแล้วหัวเราะจนน้ำตาไหล นึกถึงตัวเอง เคยเป็นแบบนี้ อยากสร้างฐานะ ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เงินเยอะ แต่ไม่มีเวลาดูแลครอบครัว สุขภาพก็แย่ ไมเกรนกินขั้นรุนแรง   วันนี้ที่ได้คิด ขายของครึ่งวันเลิก พอกิน พอใช้ ชีวิตสบาย ครอบครัวมีสุข สุขภาพแข็งแรง ไมเกรนเป็นอย่างไงไม่เคยรู้จักมาหลายปีวันที่เรายังมีกิเลศ เราทำร้ายตัวเองอย่างที่สุด  เราอยากมีความสุข เราหาเงิน เราอาจทำสำเร็จ แต่ครอบครัว ร่างกายของเราอาจไม่เหมือนเดิม เหมือนนั่งหลับบนเก้าอร้วีไอพี   วันไหน เราพอใจกับการงาน กับรายได้ จัดสรรปันส่วนให้พออยู่ได้สมฐานะ วันนั้นความสุขกาย สบายใจพร้อมใจกันก้มห้วคำนับที่ปลายเท้า… ขอบคุณอาจารย์กีบทุกแง่คิดที่เมตตาแบ่งปันเสมอมาครับ…
  • ไม่ต้องเป็นที่นั่งที่ดีที่สุด แค่ขอได้นั่งแล้วมีความสุขก็พอคะ
  • จริงค่ะ บทเรียนชีวิตบทนี้แพงมาก…ทุ่มแทแรงกายแรงใจหาไว้เพื่ออนาคตจนลืมใส่ใจดูแลตัวเอง สุดท้ายสิ่งที่หามาได้กลับหมดไปกับค่ารักษาพยาบาล สิ่งที่คาดหวังในอนาคตก็ไม่ได้ทำ สิ่งที่มีปัจจุบันก็เรียกคืนกลับมาไม่ได้…สุดท้ายจึงคิดได้ว่าถ้าไม่คาดหวังมาก รู้จักเพียงพอและพอเพียง ก็คงไม่เป็นเช่นนี้
  • เรื่องนี้โดนเข้าเต็มๆตอนนี้เลย ไม่ต้องมโน ทำและทุ่มเทมาทั้งชีวิต งาน ครอบครัว เงิน ชีวิตคู่ ลูกกับเวลาที่เป็นของตัวเองบ้าง วันนี้ป่วยเดินไม่สะดวกนัก ขาชา ปวดหลัง หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อ่านจบเหมือนโดนตีแสกหน้าเลยค่ะ แต่ทั้งหมดที่ทำก็เพื่อลูก เพื่อที่ชีวิตที่ดีขึ้น เ ห นื่ อ ย ม า กกกกก ค่ะ☹
  • ในบางมุมมอง…ที่นั่งที่ดีที่สุดไม่ได้มีความหมายที่เห็นชัดที่สุดและคือที่สุดของตรงนั้นสถานะนั้น แต่มันคือความภาคภูมิในหนทางที่ได้มา…ในมุมของ… หากมีเเรงและยังมีความสุขจงเต็มที่สุดๆกับการกระทำ…เพราะความรู้สึกในใจคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงเราได้จีรังและเราสัมผัสมันได้อย่างเเท้จริงด้วยตัวเราเพียงคนเดียว
  • ทุกอย่างอยู่บนทางสายกลางตามพุทธองค์กล่าวดีที่สุดจริงๆนะคะ
  • ทุกคนบนโลกต่างยอมเหนื่อย วิ่ง วุ่น กับฉากหนึ่งของละครชีวิต แต่เมื่อละครชีวิตจบลง..สิ่งที่เหลือ..ว่างเปล่า
  • ที่ๆดีที่สุด คือที่ นั่งแล้วสะบายใจที่สุด ในทุกๆสถานที่ ย่อมมีมุมที่หลากหลาย แค่เลือกให้เหมาะ กับตัวเอง
  • เห็นด้วย!!! ไม่ต้องเป็นที่นั่งที่ดีที่สุด ขอเพียงเป็นที่นั่งแล้วมีความสุขก้อพอเพียงกับชีวิตค่ะ

ไขมันในเลือดสูงกินอะไรดี

มาตรฐาน

image

กินอย่างไร เมื่อไขมันในเลือดสูง
ไม่ว่าอาหารเสริมหรือยาจะดีขั้นเทพและช่วยลดไขมันในเลือดได้ดีแค่ไหนก็ตาม “การควบคุมอาหารที่เราบริโภคและการออกกำลังกาย” เป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการควบคุมไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี การใช้ยารักษาอาจมีความจำเป็นในบางกรณีที่มีระดับไขมันในเลือดสูงมาก แต่…….การใช้ยาเพียงอย่างเดียวโดยไม่ควบคุมอาหารเลยจะยากต่อการทำให้ระดับไขมันในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติได้

 

การกินอาหารเพื่อควบคุมระดับโคเลสเตอรอลไม่ให้สูงทำได้โดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง และลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันชนิดอิ่มตัวซึ่งเป็นสารตั้งต้นของการสร้างโคเลสเตอรอลในร่างกาย
ใน ๑ วัน เราควรกินอาหารที่มีโคเลสเตอรอลรวมแล้วไม่เกิน ๓๐๐ มิลลิกรัมต่อวัน ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชไม่มีโคเลสเตอรอล ขณะที่ผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์มีโคเลสเตอรอลในปริมาณที่แตกต่างกัน ดังนั้น……จึงควรระวังในการกินอาหารจำพวกเนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่มีโคเลสเตอรอลสูงจำพวก ไข่แดง ไข่นกกระทา เครื่องในสัตว์ สมองสัตว์ อาหารทะเล เช่น หอยนางรม ปลาหมึก เป็นต้น

แต่การควบคุมอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูงเพียง อย่างเดียวยังไม่เพียงพอต่อการทำให้โคเลสเตอรอลในเลือดลดลง เพราะโคเลสเตอรอลที่อยู่ในเลือดส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ ๘๕ เป็นโคเลสเตอรอลที่สร้างขึ้นได้เองจากตับและเซลล์ในลำไส้เล็กของร่างกายคนเรา โดยโคเลสเตอรอลจะสร้างมาจากกรดไขมันอิ่มตัว ดังนั้น…….. จึงต้องเข้าใจให้ดีว่า ควบคุมอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูงแต่ไม่ควบคุมอาหารที่มีไขมันสูงก็จะประสบความสำเร็จได้ยากจึงควรลดการกินไขมันลง โดยเฉพาะกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งพบมากในไขมันจากสัตว์ ไขมันในนม กะทิ น้ำมันปาล์ม เป็นต้น

ปริมาณไขมันที่กินใน ๑ วัน ไม่ควรเกินร้อยละ ๓๐ ของพลังงานที่ได้จากอาหาร เช่น ถ้าใน ๑ วัน ได้พลังงานจากอาหาร ๒,๐๐๐ กิโลแคลอรี ควรเป็นพลังงานจากไขมันไม่เกิน ๖๐๐ กิโลแคลอรี หรือ คิดเป็นไขมันประมาณ ๖๗ กรัม (ไขมัน ๑ กรัมให้พลังงาน ๙ กิโลแคลอรี) ไขมันจำนวนนี้ไม่ใช่ปริมาณ น้ำมันที่สามารถใช้ได้ในการประกอบอาหารทั้งหมด เพราะอย่าลืมว่าเรายังได้ไขมันจากอาหารเนื้อสัตว์ต่างๆ ด้วย เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมันโดยเฉลี่ย ๑ ช้อนโต๊ะ (๑๕ กรัม) มีไขมัน ๒-๓ กรัม ดังนั้น ถ้าเรากินเนื้อสัตว์วันละ ๑๐ ช้อนโต๊ะหรือ ๑๕๐ กรัม จะได้รับไขมัน ๒๐-๓๐ กรัมแล้ว จึงเหลือเป็นไขมันที่ใช้ในการประกอบอาหารได้ประมาณ ๔๐ กรัม หรือ ๘ ช้อนชา ปริมาณนี้ใกล้เคียงกับน้ำมันที่ใช้ในการผัดซีอิ๊วหรือข้าวผัด ๑ จาน ดังนั้น……คนที่มีโคเลสเตอรอลสูงควรเลือกกินอาหารประเภทต้ม นึ่ง ย่าง อบ มากกว่า อาหารทอดหรือผัด นอกจากนี้ น้ำมันที่ใช้ควรเป็นน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง เพราะไม่ทำให้โคเลสเตอรอลสูงขึ้น เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันงา น้ำมันมะกอก เป็นต้น

คนมีโคเลสเตอรอลสูงควรหลีกเลี่ยงอาหาร เบเกอรีที่ใช้เนยขาวหรือเนยเทียมเป็นส่วนประกอบจำนวนมาก ทั้งนี้ เพราะไขมันที่อยู่ในเนยเหล่านี้เป็นไขมันที่เราเรียกว่า กรดไขมันชนิดทรานส์ (trans fatty acid) ที่ทำให้

 

โคเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น และพบว่ามีผลเสียต่อสุขภาพมากยิ่งกว่ากรดไขมันชนิดอิ่มตัวเสียอีก โครงสร้างของไขมันชนิดทรานส์พบในอาหารที่ผ่านกระบวนการไฮโดรจีเนชัน ซึ่งทำให้น้ำมันพืชที่มีลักษณะเป็นของเหลวเปลี่ยนเป็นเนยที่มีลักษณะแข็ง ดังนั้นการโฆษณาว่าเป็นเนยที่ทำจากน้ำมันพืช คุณภาพดี ไม่มีโคเลสเตอรอลก็ตาม แต่ถ้าผ่านกระบวนการไฮโดรจีเนชันก็จะเปลี่ยนเป็นกรดไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพเช่นกัน

นอกจากเรื่องไขมันที่คนมีโคเลสเตอรอลสูงควรระวังแล้ว อาหารอื่นๆ สามารถกินได้ตามปกติ โดยเฉพาะควรหันมากินข้าวกล้องและเพิ่มอาหารพวกผักใบต่างๆ และผลไม้ที่ให้ใยและกาก เช่น คะน้า ผักกาด ฝรั่ง ส้ม เม็ดแมงลัก เป็นต้น เพื่อให้ร่างกาย ได้รับกากใยอาหารมากขึ้น กากใยเหล่านี้ช่วยให้การดูดซึมของไขมันสู่ร่างกายน้อยลง และช่วยลดโคเลสเตอรอลได้ สำหรับเนื้อสัตว์ควรกินเนื้อปลามากกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น เพราะไขมันในปลามีคุณภาพดีกว่า ถ้าเป็นไปได้ควรกินโปรตีนจากพืชสลับด้วย เช่น ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง คนที่ดื่มนมควรดื่มนมพร่องมันเนยแทนนมสด
การออกกำลังกายเป็นประจำครั้งละ ๒๐-๓๐ นาที สัปดาห์ละ ๓-๔ ครั้ง เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก เพราะนอกจากช่วยเผาผลาญไขมันแล้ว ยังช่วยทำให้โคเลสเตอรอลชนิดดีหรือ เอช-ดี-แอล เพิ่มขึ้นได้

การงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีส่วนทำให้โคเลสเตอรอลชนิดดีเพิ่มขึ้นด้วย สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือภาวะอ้วน การลดน้ำหนักลงบ้างจะทำให้การควบคุมโคเลสเตอรอลดีขึ้น

ท้ายนี้การควบคุมระดับโคเลสเตอรอลไม่ให้สูง เป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด เบาหวาน เส้นเลือดตีบ สโตรค อัลไซเมอร์ พาร์คินสัน อัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคอ้วน

สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบว่าตนเองมีระดับไขมันในเลือดเท่าไร ลองหาโอกาสตรวจเลือดวัดระดับไขมันสักครั้ง เพื่อรู้ทันไขมันของตนเอง และจะได้บริโภคอาหารได้เอร็ดอร่อยโดยไม่ส่งผลต่อสุขภาพ

คนใกล้จะตายควรแนะนำอย่างไร ? หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

มาตรฐาน

02 - Copy - Copy

“คนใกล้จะตายควรแนะนำอย่างไร ?”

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ : .ถ้าป่วยใหม่ๆ อาตมาแนะนำให้ทำดังนี้คือ

๑) ให้นำ พระพุทธรูป ผ้าไตรจีวร พร้อมอาหารและของใช้ที่จำเป็น นำไปให้ผู้ป่วยเห็นและให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า

“ของทั้งหมดนี้ขอถวายเป็นสังฆทานแก่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา เพื่ออุทิศส่วนกุศลผลบุญทั้งหมดนี้ให้เจ้ากรรมนายเวรของผู้ป่วยได้โมทนาและอโหสิกรรมให้ผู้ป่วยด้วย”

แล้วญาติก็นำของทั้งหมดไปถวายพระเป็นสังฆทาน จิตใจของผู้ป่วยจะได้สบายเพราะได้เห็นพระพุทธรูปและได้ทำบุญ

 

๒) ถ้าจะให้ดีขึ้นไปอีก ก็ควรนำเงินจะมากหรือน้อยตามแต่ศรัทธา ให้ผู้ป่วยถือเงินไว้และให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า

เงินจำนวนนี้ขอถวายชำระหนี้สงฆ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถ้าเคยไปหยิบหรือนำของสงฆ์มาโดยเจตนาหรือไม่ได้เจตนาก็ตาม”

 

๓) ในระหว่างที่นอนป่วยอยู่ ควรนำพระพุทธรูปมาตั้งไว้ให้ผู้ป่วยได้มองเห็น  อย่าไปตั้งไว้ในที่ผู้ป่วยเห็นไม่ถนัด ผู้ป่วยลืมตาขึ้นมาเมื่อใดก็จะเห็นพระทันที จิตของผู้ป่วยจะได้จับอยู่ที่พระ  ใจจะสบายช่วยให้คลายจากทุกขเวทนาได้บ้าง และถ้าตายเมื่อใดก็จะไม่ลงนรก

 

๔) ถ้าป่วยมากมีทุกขเวทนามาก ควรแนะนำสั้นๆ ให้นึกถึงพระพุทธเจ้า หรืออย่างใดอย่างหนึ่งดีกว่า ถ้าไปแนะนำยาวๆ จะเกิดอาการกลุ้ม

๕) ถ้าต้องการให้ผู้ป่วยตายแล้วไปพระนิพพาน ให้นึกภาวนาว่า “นิพพานัง สุขัง”
ถ้าคิดว่าป้องกันไม่ให้ลงนรกก็ให้ภาวนาว่า “พุทโธ”  ให้บอกสั้นๆ อย่าบอกยาว

๖) ถ้าผู้ป่วยภาวนาไม่ไหว ก็ให้นึกถึงพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งก็ได้   ให้นึกถึงพระไว้ หรือ จะนึกถึงพระสงฆ์ก็ได้ อย่าไปแนะนำยาวๆ เพราะเวลานั้นทุกขเวทนามากจะทำให้กลุ้ม  ดีไม่ดีจิตใจเขาดีอยู่แล้ว ถ้าแนะนำไม่ดี พูดมากไปเขาจะกลุ้มจะทำให้ลงนรกไป ให้ดูตาคนป่วย ถ้าตาลอยๆ ตาปรือๆ อย่าไปพูดมาก

พระราชพรหมยาน(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

แม่ผัวลูกสะใภ้

มาตรฐาน

02 - Copy - Copy

แม่ผัวสมัยใหม่คนหนึ่ง ไปเยี่ยมลูกชายและลูกสะใภ้ที่อเมริกา เพราะลูกชายไปเรียนต่อด็อกเตอร์ เมื่อไปถึงอมริกา เห็นลูกของตัวเองอ้วนท้วนสมบูรณ์  แต่ลูกสะใภ้กลับซูบผอมน่าสงสาร นางจึงถามลูกสะใภ้ว่า  “ทำไมลูกถึงผอมอย่างนี้ล่ะ!”

เมื่อลูกสะใภ้ได้ยิน ก็ทนไม่ไหวระบายความคับแค้นใจสามีของตัวให้แม่ผัวฟังว่า “สามีของตนไม่เอาไหน ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่าง งานบ้านไม่เคยช่วย  เวลาออกไปข้างนอกก็จำถนนหนทางไม่ได้ เวลาปล่อยให้ออกไปไหนคนเดียวก็หลงทางตลอด เธอจึงต้องคอยไปรับไปส่ง ให้ทำอะไรก็เสียหาย”

อันแม่ผัวในสากลจักรวาลนี้ ไม่มีใครอยากให้ลูกสะใภ้นินทาลูกให้ตัวเองฟังหรอก และแม่ผัวส่วนมากก็จะแก้ตัวแทนลูกชายของตัวเอง แต่แม่ผัวสมัยใหม่คนนี้เป็นคนมีปัญญา เมื่อนางฟังลูกสะใภ้เล่าจบ นางก็หัวเราะออกมาพร้อมกับพูดว่า  “แต่มีเรื่องหนึ่งที่ลูกชายแม่ทำได้ถูกต้องที่สุดเลย”
“เรื่องอะไรค่ะ!”
“ก็แต่งหนูเป็นเมียยังไงล่ะ!”   เมื่อลูกสะใภ้ได้ฟัง ก็ถึงกับพูดไม่ออก

@-@-@-@-@

สุภาษิตจีนกล่าวว่า
“ไม่ใช่คนบ้านเดียวกัน ไม่มาอยู่บ้านเดียวกัน”
เหมือนกับคำพูดที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆว่า  “ไม่มีกรรมไม่มาเจอกัน”

แท้จริงแล้ว แม่ผัวกับลูกสะใภ้ ลูกเขยกับพ่อตา คือ พ่อแม่ลูกกันเมื่อชาติปางก่อน แต่มีเหตุต้องพลัดพรากไม่ได้ดูแลซึ่งกัน บุญคุณยังไม่ได้ชำระ
ต่อกัน ในชาตินี้จึงได้มาเป็นคนในครอบครัวกันอีกครั้ง เพื่อจะได้แก้ไขและดูแลกันอีกครั้ง เมื่อเราเข้าใจได้อย่างนี้ พ่อแม่สามีก็จะรักเอ็นดูลูก
สะใภ้ดั่งลูกของตน ลูกสะใภ้ก็จะเคารพรักปฏิบัติต่อพ่อแม่สามีดั่งพ่อแม่ของตัวเอง

ที่มา : https://www.facebook.com/NusonBooks/photos/a.286417594859673.

เมื่ออายุ 70

มาตรฐาน

image

 

 

 

 

 

 

บทเรียนจากผู้สูงวัย
 -นักเขียนอักษรพู่กันจีนชื่อดัง ได้บันทึกถึงความรู้สึกที่มีต่อชีวิต เมื่อผ่านเข้าใกล้วัย ๗๐ ซึ่งมีสาระน่าศึกษาดังนี้
 "พออายุใกล้ ๗๐ ข้าพเจ้าเรียนรู้สิ่ง ๗ สิ่งในชีวิต
๑.  ต้องอยู่ให้รอด
ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้วตก อยู่อีก ๑ วัน... เหลือน้อยลง ๑ วัน
 สุขอีก ๑ วัน... กำไร ๑ วัน
๒.  ต้องอยู่ให้มีความสุข
 ตำแหน่งสูง มิสู้มีรายได้สูง
 รายได้สูง มิสู้อายุยืน
 อายุยืน มิสู้มีความสุข
 ขอให้มีความสุข เพราะความสุขคือเงินสด..นอกนั้นแค่กระดาษเช็ค
๓.  ต้องเป็นของเราเองทหมายถึง ไม่ใช่เป็นของคนอื่น หรือ ยืมของคนอื่นมาใช้
 ตำแหน่งเป็นของชั่วคราว
 เกียรติยศเดี๋ยวก็ผ่านไป
สุขภาพเท่านั้นที่เป็นของเรา
๔.  ไม่เหมือนกัน-ย่อมไม่เหมือนกัน
 ความรักที่พ่อแม่ให้กับลูกไม่มีขีดจำกัด..
 แต่ความรักของลูกต่อพ่อแม่มีขีดจำกัด..
 ..ลูกๆ ป่วย พ่อแม่กลุ้มใจ
 ..พ่อแม่ป่วย แค่ลูกๆ มาเยี่ยมมาถามไถ่ ก็พอใจแล้ว
 ..ลูกๆ ใช้เงินพ่อแม่ สมเหตุสมผล
 ..พ่อแม่จะใช้เงินลูกๆ ต้องมีเหตุมีผล
 ..บ้านพ่อแม่ก็คือบ้านลูกๆ
 ..บ้านลูกๆ ไม่ใช่บ้านของพ่อกับแม่
 ไม่เหมือนกันก็คือไม่เหมือนกัน..
 พ่อแม่ที่เข้าใจ จะถือเอาความกตัญญูกตเวทีของลูกๆ เป็นจิตอาสาและความสุข ไม่หวังการตอบแทน..
 หากหวังการตอบแทน นั่นคือหาทุกข์ใส่ตัว
๕.  อย่าคาดหวังใคร
 ยามป่วยอย่าคาดหวังใคร แม้แต่ลูกๆ..
 "ไม่มีลูกกตัญญูหน้าเตียงคนป่วยเรื้อรังหรอก"..
 คาดหวังคู่ชีวิตหรือ เขาเองก็เอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว
 ที่คาดหวังได้ คือเงินอย่างเดียว ใช้เงินรักษาตัว
๖.  ระลึกแต่ความหลัง
 อาจจำเป็น เพราะจำเรื่องราวได้น้อยลง ลืมมากขึ้น ฉะนั้นสุขภาพคือทรัพย์..จำไว้
 ..แข็งแรงเข้าไว้ หาความสุขเสมอ..
๗.  อย่ากลัวความตาย-
 เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมชาติ ทุกคนเท่าเทียมกัน..
 ต้องมีความพร้อมด้านจิตใจ พอยมบาลมาเรียก ก็พร้อมที่จะไปได้เลย ต้องไม่มีการอาลัยอาวรณ์..

ครบ ๗ ข้อ
 "ยามลำบาก มากอุปสรรค.. ต้องตั้งหลักให้มั่นคง
  ยามได้ดี มียศสูงส่ง.. ต้องรู้ ปลง ปลดปล่อยวาง"..
  ฉะนั้น อย่าท้อ เวลาผ่านไป เงื่อนไขเปลี่ยน สถานการณ์ก็มักผันแปร อาจดีขึ้นก็ได้..
  เราไม่จำเป็นต้องรวยเพราะมีเงินมาก แต่เราอาจรวยความสุขได้เพราะการให้.....

สิ่งนี้เรียกว่า “รัก”

มาตรฐาน

IMG_3133

 

 

 

 

 

 

 

 

สิ่งนี้เรียกว่า “รัก”

เมื่อเด็กน้อย…ออกแรงนวดศีรษะให้พ่อ ..อย่างตั้งใจ..
สิ่งนี้เรียกว่า”รัก”..

เมื่อภรรยา…ชงชาให้สามี..ยามเขาเหนื่อยล้า..
สิ่งนี้เรียกว่า”รัก”..

เมื่อแม่… แบ่งชิ้นเค้กที่ดีที่สุด อร่อยที่สุด..เพื่อลูก..
สิ่งนี้เรียกว่า”รัก”..

เมื่อเพื่อน… นั่งอยู่ข้างๆให้กำลังใจ..เมื่อยามเราท้อแท้ สิ้นหวัง..
สิ่งนี้เรียกว่า”รัก”..

เมื่อพี่ชาย… โทรหาน้องสาว ..และถามว่าใกล้ถึงบ้านหรือยัง..

สิ่งนี้เรียกว่า “รัก”…

เพื่อนในไลน์… ที่สวัสดี Good Morning ..ให้ทุกเช้า..

สิ่งนี้เรียกว่า”รัก”

 

รัก.. ไม่ใช่เพียง..ภาพผู้ชายและผู้หญิงกุมมือกัน..

รัก..ไม่ใช่ความหวานชื่น ความสุขในวัยหนุ่มสาว ..เท่านั้น

แต่…แท้จริงแล้ว..

“รัก”..คือ…การกระทำเล็กๆ น้อยๆ…ที่เราทำให้..คนที่เรารักอยู่ตลอดเวลา…โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

และอยากทำให้เรื่อยๆ…ไม่รู้เบื่อ.. ที่จะทำ

ที่แท้แล้ว….ชื่อจริงของความรัก..คือ…”การใส่ใจ”….นามสกุล “ตลอดเวลา”

 

 

 

15 สิ่งที่ควรเลิกทำ เมื่ออายุย่างเข้าเลข 3

มาตรฐาน

image

15 สิ่งที่ควรเลิกทำ เมื่ออายุย่างเข้าเลข 3

1. หยุดการใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย
คุณต้องเริ่มคิดเกี่ยวกับการใช้เงิน ควรเริ่มเก็บเงินเพื่อเอาไว้ใช้ในอนาคตได้แล้ว คิดถึงตอนที่คุณเกษียณออกจากการสิ ว่าตอนนั้นคุณจะเอาเงินที่ไหนใช้ ถ้าไม่เริ่มเก็บตั้งแต่ตอนนี้ เพราะเพียงแค่เงินบำเหน็จบำนาญคงไม่พอหรอก
2. หยุดลังเลเกี่ยวกับการทำงานและการหางานใหม่
เมื่ออายุย่างเข้าวัย 30 คุณควรจะมีงานที่มั่นคงและเป็นงานที่คุณรักจริงๆได้แล้ว เพราะถ้าคุณยังลังเลกับงานที่ทำอยู่ และรู้สึกว่ามันไม่ใช่ทีหลัง มันฏ้คงจะสายเกินไปที่จะไปเริ่มทำงานอื่นใหม่
3. หยุดการเล่นอินเทอร์เน็ตที่มากเกินไป
คุณควรเริ่มทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันและมีคุณค่าดีกว่า ยังจมกับการเล่นโซเชียล เล่นได้แต่ต้องมีขอบเขต เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้คุณเสียเวลาและไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมันเลย
4. หยุดการโพสต์อะไรโง่ๆลง Facebook ได้แล้ว
ในกรณีที่ คุณไปสมัครงาน และแน่นอนว่านายจ้างคุณต้องเช็คประวัติบน Facebook ของคุณแน่ๆ ดังนั้นไปตรวจดูว่าตัวเองได้โพสต์อะไรแย่ๆรึเปล่า และลบมันออกซะ!
5. หยุดนึกถึงความล้มเหลวในอดีคที่ผ่านมา
เพราะการคิดถึงแต่เรื่องร้ายๆที่ผ่านมา จะทำให้ความสุขที่คุณควรจะได้รับในปัจจุบันหายไป อีกอย่างมันไม่ได้ช่วยให้คุณได้ทำงานดีๆที่คุณฝันไว้หรอกนะ ลืมมันไปเถอะ! แล้วมาเริ่มชีวิตใหม่กัน!
6. หยุดการเล่นมือถือขณะขับรถ
พฤติกรรมนี้เป็นพฤติกรรมของพวกคนที่อายุต่ำกว่า 30 เขาทำกัน!! คุณถือว่ามีอายุมากสำหรับเรื่องความรับผิดชอบ ถ้าทำได้ จะช่วยลดปัญหาการจลาจรและอุบัติเหตุได้เยอะเลยล่ะ
7. หยุดนิสัยการนอนในวันหยุดสุดสัปดาห์
บางคนอาจจะคิดว่าการนอนในช่วงวันหยุดจะช่วยชดเชยช่วงเวลาที่ไม่ค่อยได้นอนตอนทำงาน แต่นักวิชาการออกมาบอกว่า มันไม่ได้ช่วยชดเชยเลยจริงๆแถมยังทำให้คุณเพลียยิ่งกว่าเดิม แทนที่จะนอนอยู่แบบนั้น ออกมาทำกิจกรรมสนุกๆดีกว่า
8. หยุดกินแอลกอฮลล์จนเมาค้าง
การเมาค้างเป็นอะไรที่เสียเวลามากๆ แทนที่คุณจะได้ออกไปทำงานหรือข้างนอก คุณกลับต้องมาจมอยู่กับอาการเวียนหัวนี้โดยไม่ได้ทำอะไรเลย ฉะนั้นไม่ควรกินจนเมาขนาดนั้น และควรดื่มน้ำเยอะๆ
9. หยุดการสร้างมิตรภาพจอมปลอม
ถึงเวลาที่คุณควรจะมีเพื่อนที่ดีและจริงใจกับคุณจริงๆแล้ว คนที่มาเพียงเพื่อจะเอาประโยชน์จากตัวคุณหรือเอาเปรียบคุณ ตัดพวกเขาออกไปจากชีวิตเถอะ ไม่ต้องแคร์!!
10. หยุดแก้ตัวเกี่ยวกับเรื่องการออกกำลังกาย
หลายๆคนคงจะผลัดวันและเลี่ยงการออกกำลังกายมาตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มสาวแล้ว แต่! เมื่ออายุย่างเข้าเลข 3 หมายความว่าร่างกายคุณกำลังจะร่วงโรยแล้วนะคะ ดังนั้นควรหันมาใส่ใจกับการออกกำลังกายจริงๆเสียที
11. หยุดพฤติกรรมการกินอาหารขยะ
อายุขนาดนี้แล้ว ก็ควรจะรู้จักการทำอาหารทานเองได้แล้วนะคะ เพราะการทานอาหารขยะมันไม่ดีต่อร่างกายเลย และยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งควรดูแลสุขภาพมากขึ้นนะ
12. หยุดปิดกั้นจิตใจตัวเองที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ช่วงเวลาที่ผ่านมา คุณอาจจะพลาดอะไรหลายๆไปเพราะการปิดใจตัวเองไว้ เพียงแค่ลองเปิดใจและเรียนรู้ คุณจะพบว่าโลกมันกว้างกว่าที่คุณคิด
13. หยุดการขับรถอย่างไม่ระมัดระวัง
อย่างที่บอกไปก่อนนี้แล้วว่า อายุมากขึ้นยิ่งต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ควรใส่ใจและขับรถอย่างระมัดระวังได้แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น ยังไม่สายเกินไปที่จะคิดได้นะคะ
14. หยุดนิสัยติดเกมส์ตลอดเวลา
เกมส์เป็นกิจกรรมที่ช่วยฆ่าเวลาและคลายเครียดได้ดีเลยนะ แต่ถ้าเล่นมากไปและเล่นตลอดเวลา มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยนะคะ ยิ่งอายุ 30 แล้วด้วย
15. หยุดการเพิ่มรอยสักให้ตัวเอง
คุณอาจเกิดอาการอายและต้องซ่อนรอยสักของคุณไว้เมื่อคุณต้องทำงานในบริษัทใหญ่ที่เข้มงวด รอยสักที่คุณมีตั้งแต่แรกๆสมัยวัยรุ่นอาจจะไม่เป็นอะไร แต่คุณจะอธิบายยังไงล่ะ ถ้าเจ้านายเจอรอยสักอันใหม่ที่คุณเพิ่งไปทำมา ตอนคุณอายุ 30 นี้
ขอบคุณข้อมูลจาก Lifehack ด้วยครับ

_______________________

 

เขียนดีมาก อ่านให้จบ คุณอาจจะหันมารักตัวเอง…

สรุป: ชีวิตที่เรียบง่าย ให้สนุกกับการใช้ชีวิต 30% ที่เป็นของคุณ
– ไม่เจ็บปวดแต่ก็ต้อง บำรุง
– ไม่กระหายแต่ก็ต้อง ดื่มน้ำ
– ว้าวุ่นแค่ไหนก็ต้อง ปล่อยวาง
– มีเหตุมีผลแต่ก็ต้อง ยอมคน
– มีอำนาจแต่ก็ต้องรู้จัก ถ่อมตน
– ไม่เหนื่อยแต่ก็ต้อง พักผ่อน
– ไม่รวยแต่ก็ต้อง รู้จักพอเพียง
– ธุระยุ่งแค่ไหนก็ต้องรู้จัก พักผ่อน

หมั่นเตือนตน: ชีวิตนี้สั้นนัก  ให้ใส่ใจตัวเองบ้าง
ดังนั้น
– อยากกิน…กิน
– อยากเที่ยว….เที่ยว
– เรื่องกลุ้มอย่าเก็บไว้
– สุขสบายทุกเพลา
– เวลาที่ยังจับมือไหว
ให้เชิญเพื่อนมาสังสรรค์
– เวลาที่ยังกอดไหวให้โอบกอดให้ชื่นใจ
– ทำหน้าที่พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา พี่ น้อง เพื่อนที่ดีต่อไป
– เวลาที่อยู่ด้วยกันอย่าได้โกรธกันง่ายๆ

พระผู้เป็นต้นแบบความกตัญญู

มาตรฐาน

 

พ่อหลวงไปทานข้าวกับสมเด็จย่า อาทิตย์ละ 5 วัน ทั้งที่ท่านมีภาระกิจมากมาย

แล้วทำไมเราจะทำแบบท่านไม่ได้