AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา

Category Archives: เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน

ความสุขอันประเสริฐ พระไพศาล วิสาโล

พระไพศาล วิสาโล กับการจาริกสู่ความสุขอันประเสริฐ เคล็ดลับอย่างหนึ่งในการสร้างสุขให้แก่ชีวิต ก็คือ การมีความสมดุล ความสมดุลนั้นมีหลายด้าน เช่น สมดุลระหว่างสมองกับหัวใจ (หรือเหตุผลกับความรู้สึก) สมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับชีวิตส่วนรวม สมดุลระหว่างงานกับการพักผ่อน แต่ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องพื้นฐานมากเท่ากับสมดุลระหว่างการรับกับการให้ หรือการได้กับการสละ หายใจเข้า แต่ไม่ยอมหายใจออก ก็ตายสถานเดียว กินมากแต่ไม่ยอมออกกำลังกาย โรคร้ายก็ถามหา ในทำนองเดียวกัน หากเอาแต่เก็บสะสมทรัพย์สมบัติ แต่ไม่ยอมแบ่งปันให้ผู้อื่น ก็ทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ การเอาแต่รับ แต่ไม่ยอมให้ เป็นการกระทำที่สวนทางกับวิถีธรรมชาติ ต้นไม้นั้นไม่เคยเป็นผู้รับฝ่ายเดียว แม้พึ่งน้ำจากฟ้า ดูดปุ๋ยจากดิน แต่ในเวลาเดียวกันก็คายน้ำให้ฟ้า … อ่านเพิ่มเติม

Rate this:

สังคมต้องส่งเสริมให้ “พระ” เป็นคนดี

สังคมต้องส่งเสริมให้ “พระ” เป็นคนดี พระไพศาล วิสาโล “ตามให้ทันเด้อ ความรู้สึกของเจ้าของ ให้รู้ทันความโลภ ความโกรธ ยังบ่รู้ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา ก็บ่เป็นหยัง” เสียงเทศน์ภาษาไทยกลางปนภาษาอีสานดังแข่งสายฝนในเวลาตีสี่ครึ่ง  การเทศน์ของพระไพศาล วิสาโล ครั้งนี้มีคนฟังไม่มากนักจำนวนหนึ่งเป็นญาติโยมที่มาถืออุโบสถศีลคืนวันพระ การทำวัตรเช้าเสร็จลงราวตีห้า ฝนยังไม่ซา ฟ้ายังไม่สาง ทว่าพระคุณเจ้าคว้าร่มมากาง สะพายบาตร แล้วออกเดินลง ภูหลงไปด้วยสัมภาระเพียงเท่านั้น พระคุณเจ้าเดินบิณฑบาตเท้าเปล่าบนทางดินสลับคอนกรีตกับหินกรวดระยะทางไม่ต่ำกว่า 8 กิโลเมตร มิใช่เพียงเพื่อให้ญาติโยมได้ทำบุญตักบาตร หากแต่ความหมายแห่งการบิณฑบาตของพระคุณเจ้าคือ การเจริญสติ ระลึกรู้อยู่ทุกเช้าว่า เราครอบครองจีวรหนึ่งผืน บาตรหนึ่งใบและเราเป็นเพียงผู้ขอ   30 ปีที่ดำรงตนบนวิถีบรรพชิตเสียงของพระไพศาล วิสาโล ที่วิพากษ์สถาบันสงฆ์อย่างตรงไปตรงมา…นับเป็นคุณูปการที่กระตุกเตือนให้สังคมตื่นตัวและเห็นปัญหาเชิงระบบ  Secret จึงเดินทางมายังวัดป่ามหาวัน จังหวัดชัยภูมิ พร้อมกับคำถามใหญ่ ๆ ที่ว่า…   นมัสการถามคำถามแรกเลยนะคะเกิดอะไรขึ้นกับสถาบันสงฆ์ซึ่งได้รับความศรัทธาจากประชาชนมาโดยตลอด  ? ชาวพุทธเราต้องใช้หลักอริยสัจ 4 เมื่อมีปัญหาก็ต้องหาสมุทัยหรือสาเหตุ หากพิจารณาดูดีๆ จะพบว่า ทุกวันนี้พระไม่ดีมีมากขึ้นเรื่อยๆ มากจนผิดสังเกต จนต้องตั้งคำถามว่าเกิดจากอะไร ถ้ามีแค่คนสองคนหรือนานๆ ครั้ง มันอาจจะเป็นปัญหาของตัวบุคคล แต่ถ้ามันเกิดถี่มากๆ แสดงว่ามีปัญหาในเชิงระบบ ก็ต้องกลับไปดูว่าระบบมันผิดพลาดที่ตรงไหน ซึ่งในความเห็นของอาตมา มันมีข้อผิดพลาดอยู่ 2 จุดใหญ่ ๆคือ ระบบการปกครองคณะสงฆ์ และ ระบบศึกษาของพระสงฆ์   ปรากฏการณ์ในทางลบที่เกิดขึ้นกับพระสงฆ์ตอนนี้มีหลายรูปแบบมากตั้งแต่พฤติกรรมไม่เหมาะสม ทำให้โลกติเตียน (โลกวัชชะ) ผิดพระวินัยหรือสิกขาบท (อาบัติปาราชิก) จนถึงทำผิดกฎหมายไปเลยก็มีปรากฏการณ์เหล่านี้ดูเหมือนจะสะท้อนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับสถาบันสงฆ์ไม่ใช่เรื่องเล็ก สิ่งที่เกิดขึ้นมันสะท้อนให้เห็นถึงความคลาดเคลื่อนจากหลักธรรมของชาวพุทธ ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์หรือฆราวาส ในส่วนของพระสงฆ์  เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า.. การศึกษา การกล่อมเกลา รวมทั้งการดูแลเอาใจใส่พระสงฆ์หย่อนยาน ไม่เข้มแข็งไร้ประสิทธิภาพ เมื่อมาบวชเป็นพระ ก็หมายความว่า เป็นผู้ที่มาศึกษา มาพัฒนาตน สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นก็คือ พระสงฆ์ปฏิบัติตนได้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย และสามารถรักษาตนให้ปลอดพ้นจากสิ่งล่อเร้าเย้ายวน หรือถ้าพูดให้ทันสมัยหน่อยก็คือ พระสงฆ์ควรจะสามารถรักษาตนให้ปลอดพ้นจากการครอบงำของบริโภคนิยม แต่ทุกวันนี้จะเห็นว่าพระสงฆ์ถูกวัตถุนิยมและบริโภคนิยมครอบงำเข้าไปเต็มที่เห็นได้จากการสะสมเงินทองมากมาย เป็นอยู่อย่างหรูหรา ฟุ้งเฟ้อ เช่น ติดสินค้าแบรนด์เนม มีรถราคาแพงหลายสิบล้านเรียกว่ามีค่านิยมในการเสพและการบริโภควัตถุไม่ต่างจากฆราวาสเลย ทำให้เกิดคำถามว่า.. แล้วการศึกษาอบรมที่น่าจะเกิดขึ้นกับพระหายไปไหน? ถ้าเราดูการศึกษาและการกล่อมเกลาพระสงฆ์ในปัจจุบัน จะพบว่ามีน้อยมาก  สมัยก่อนอาจไม่มีการศึกษาและกล่อมเกลาที่เป็นขั้นเป็นตอนหรือเป็นระบบ ไม่มีการเรียนนักธรรม ไม่มีการเรียนบาลี แต่มีการสอนแบบที่กลมกลืนไปกับชีวิต เช่น … อ่านเพิ่มเติม

Rate this:

คุณพ่อสอนลูกสาวดื่มแอลกอฮอล์

คลิกเพื่อดูคลิป  http://news.voicetv.co.th/thailand/293868.html   พ่อแม่รักลูก  พยายามปกป้องลูกจากเภทภัยต่างๆ    กางปีกโอบอุ้มดูแลทุกฝีก้าว   ห้ามไม่ให้ลูกทำสิ่งต่างๆ โดยอ้างความปลอดภัยของลูก  จนเด็กไม่เท่าทันกลลวงของคนเลว บางครั้งพ่อแม่ก็ต้องให้ลูกได้ลองผิดเพื่อจะรู้ว่าที่ถูกมันเป็นอย่างไร    พ่อแม่ญี่ปุ่นคู่หนึ่งได้สอนลูกสาวเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์แบบลองผิดลองถูก  เป็นตัวอย่างการสอนลูกแบบไม่ห้าม แต่ให้เรียนรู้ไปพร้อมๆกันกับพ่อแม่  มาอ่านข้อความที่ลูกสาวเขียนถึงวิธีสอนของพ่อดูคะ ตอนเด็กฉันดื้อมาก  ฉันเป็นปัญหาน่าหนักใจไม่น้อยสำหรับพ่อแม่  ฉันมักอยู่กับเพื่อน  และทำอะไรแย่ๆ หลายอย่าง    ฉันรู้ว่าพ่อเป็นกังวลมากว่าจะสอนฉันให้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยมากกว่าจะหวงและห่วงไม่ให้ลูกออกไปเผชิญโลกกว้างตามความเป็นจริงได้อย่างไร   แต่พ่อก็ไม่รู้จะจัดการกับฉันอย่างไร  กระทั่งวันหนึ่งพ่อก็สอนฉันด้วยวิธีนี้   คืนหนึ่งพ่อชวนฉันว่า  “เรโกะ เราออกไปเที่ยวและดื่มอะไรกันหน่อยไหม? ” ตอนแรกฉันเองก็แปลกใจและกลัวว่าแม่จะดุเอา … อ่านเพิ่มเติม

Rate this:

จากฟองสบู่แตกปี 40 ถึงปัจจุบัน

   โลโกเงินบาทลอยตัวกับลูกบอลลูน   ความรุนแรงของวิกฤติ 2540 ทำให้เศรษฐีหลายคนในเมืองไทยที่ “ไม่ได้ล้มบนฟูก” บาดเจ็บสาหัสกันถ้วนหน้า จนบางคนถูกเรียกว่า “คนเคยรวย” หรือ “เทวดาตกสวรรค์” แต่บางคนก็เรียกตัวเองว่า “เศรษฐีเยสเตอร์เดย์” “ศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ” คือหนึ่งในนั้น ก่อนวิกฤติ 2540 เขาคือ ตำนาน “อัศวินม้าขาว” ที่นักลงทุนในตลาดหุ้นไม่มีใครไม่รู้จัก และเขายังเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ขายคอนโดหรูให้เหล่าเศรษฐี แต่พิษวิกฤติ 2540 ทำให้เขาล้มละลาย สถานะเปลี่ยนจากเศรษฐีพันล้าน และนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้น ที่มีสำนักงานใหญ่โต … อ่านเพิ่มเติม

Rate this:

ขาดกู แล้วมึง จะรู้สึก

“ขาดกู แล้วมึง จะรู้สึก” บทความดีดีสำหรับคนทำงาน กร เป็นโปรเจ็กต์เมเนเจอร์ ของบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์แห่งหนึ่ง กร เป็นคนมีฝีมือในการทำงาน ถือได้ว่ามีความเก่งกาจ ในสายงานของตนเอง เป็นคนขยัน กระตือรือร้น เวลาเข้างาน   กรไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ 6 โมงเช้าถึงออฟฟิศก่อนใคร เพื่อจะได้มีเวลา ทำงาน(เขียนโค้ด) ของตนเอง พอถึงเวลางาน   ทุกอย่างจะวุ่นวาย ไปหมด กร ต้องไปทำงานอื่น…   เดี๋ยวแก้ปัญหา ให้คนนั้น รับปัญหาคนนี้ แก้ปัญหาให้ทีม แก้ปัญหาให้ลูกค้า โดยที่กรสามารถจัดการได้เรียบร้อย ทั้งหมด ก็หมดวันพอดี เวลาเลิกงาน  เมื่อถึงเวลาเลิกงาน … อ่านเพิ่มเติม

Rate this:

ถ้าหากพูดถึงเรื่องประเทศที่มีวัฒนธรรม จริยธรรมและความมีวินัยที่สูงแล้ว ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่เรานึกถึง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ได้ปลูกฝังกันมาตั้งแต่ในวัยเด็กๆ นี่คือสาเหตุที่ทำให้เราได้เห็นว่า ทำไมเด็กญี่ปุ่นถึงได้ไปไกลอย่างก้าวกระโดด มีระเบียบและความรับผิดชอบมาก   เหตุผล 8 ประการที่ทำให้เด็กญีปุ่นไปไกลอย่างก้าวกระโดด ประเทศญี่ปุ่นสอนวิชาหนึ่ง ชื่อว่า “ทางสู่จริยธรรม” ตั้งแต่ชั้นประถม 1 ถึงประถม 6 เพื่อเผชิญชีวิตในอนาคต การเรียนการสอนที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ประถม 1 ถึงมัธยมต้น เด็กๆ จะต้องมีการทดสอบก่อนเลื่อนชั้นด้วยคะแนนที่โรงเรียนกำหนดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะสอบผ่านกันทุกคน เนื่องจากทางโรงเรียนจะมีจุดประสงค์ คือการอบรม ปลูกแนวคิด และเสริมสร้างบุคลิกภาพ … อ่านเพิ่มเติม

Rate this:

วิธีกำจัดลูกน้ำและยุงลายตัวเต็มวัย

หากใครยังไม่ทราบว่าเราควรกำจัดลูกน้ำยุงลายอย่างไรจึงจะถูกวิธี และได้ผลจริง ลองมาดูคำแนะนำง่าย ๆ แต่ได้ผลดีในการกำจัดลูกน้ำยุงลายที่เกิดในแต่ละภาชนะ ที่ นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ เคยแนะนำไว้ใน นิตยสารหมอชาวบ้าน รับรองว่าเป็นประโยชน์มากทีเดียว ภาชนะที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่สำคัญตามลำดับในบ้านของท่านผู้อ่าน ได้แก่             1.  โอ่งน้ำใช้            2.  ขาตู้กันมด       … อ่านเพิ่มเติม

Rate this:

ลงทุนเดือนละ 5,000 บาท อีก 25 ปีจะมีเงินเท่าไหร่?

  ลงทุนเดือนละ 5,000 บาท อีก 25 ปีจะมีเงินเท่าไหร่? สืบเนื่องจากโพสเมื่อคืน มีคนหลังไมค์บอกว่า พี่ฮะ เริ่มต้นที่ 1 ล้าน เนี่ย มันโหดเกินไปนะ เพราะ 1 ล้านคือเป้าหมายของเขา งั้นมาดูตารางนี้ครับ สมมติ วันนี้เริ่มต้นจากไม่มีเงินเก็บซักบาท ตั้งใจว่าจะเก็บต่อเนื่องทุกเดือน เดือนละ 5,000 บาท และไม่เก็บเพิ่มขึ้นด้วย เอาแค่ 5,000 บาท ไปเรื่อยๆ … อ่านเพิ่มเติม

Rate this:

รอยยิ้มแห่งความจริงใจ

เศรษฐีคนหนึ่งกำลังจะสิ้นใจตาย ยมทูตได้ปรากฏกายเพื่อมารับวิญญาณของเขา เขาได้ถามยมทูตว่า “เมื่อผมตายไปแล้ว ผมจะได้ขึ้นสวรรค์หรือตกนรกครับ?” “ตกนรก!” ยมทูตกล่าว เศรษฐีเมื่อได้ฟังก็รู้สึกโมโหเป็นอย่างยิ่ง จึงถามยมทูตขึ้นว่า “ทำไมผมต้องตกนรก! ในเมื่อผมนำเงินสร้างวัดสร้างโบสถ์สร้างโรงเรียนไว้มากมาย อีกทั้งบริจาคเงินให้แก่องค์กรสังคมสงเคราะห์ต่างๆ ทำไมผมยังต้องตกนรก ผมไม่ยอม!” “หากเจ้ารู้สึกไม่พอใจ ข้าจะให้เวลาเจ้าอีกหนึ่งอาทิตย์ ภายในหนึ่งอาทิตย์นี้ หากเจ้าได้รอยยิ้มจากความจริงใจเพียงสามครั้ง เจ้าก็สามารถขึ้นสวรรค์ได้!”   เศรษฐีได้ฟังรู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง เขาคิดในใจ “กะอีแค่รอยยิ้มจากใจเพียงแค่สามครั้ง มันจะไปยากอะไร!” เมื่อยมทูตหายไป เขานิ่งคิดว่าใครเป็นคนแรกที่จะมอบรอยยิ้มจากความจริงใจให้กับเขาเป็นคนแรก ใบหน้าของภรรยาก็ปรากฏขึ้นในมโนภาพ เขาและเธอแต่งงานกันมาสี่สิบกว่าปี เธอนี่แหละที่จะมอบรอยยิ้มจากใจให้เขาเป็นคนแรก เขาจึงใช้เงินเป็นจำนวนมากซื้อเครื่องเพชรชุดใหญ่มอบให้แก่ภรรยาของเขา … อ่านเพิ่มเติม

Rate this:

หัวใจนักสู้ของผู้ชายตัวเล็ก…โชคชัย บุญมาพึ่ง

แม้ร่างกายจะพิการ  มีแขนข้างเดียว  มีนิ้วมือเพียง 4 นิ้ว ช่วงขาผิดรูป และขาซ้ายสั้นกว่าขาขวา แต่ความพิการเหล่านี้ไม่ใช่อุปสรรคของตัวเล็ก - โชคชัย บุญมาพึ่ง ผมเกิดที่โรงพยาบาลบางมด ก่อนคลอดแม่ตกเลือดมากและผมไม่ยอมกลับหัว ทำให้หมอต้องพยายามทำคลอดผมโดยเอาขาออกมา  การคลอดลักษณะนี้ทั้งแม่และเด็กมีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก  แต่แม่ก็อดทนและคลอดผมออกมาจนสำเร็จ แต่แล้วหมอก็พบว่าร่างกายของผมผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นผลกระทบจากการฉีดยาแก้ไข้ระหว่างการตั้งครรภ์  หมอจึงถามแม่ว่าต้องการให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อหรือไม่ นั่นเป็นการตัดสินใจที่ไม่ยากเลยสำหรับคนเป็นแม่  ในที่สุดแม่ก็เลือกให้ผมได้มีโอกาสลืมตาขึ้นมา หลังจากคลอดผมไม่นาน  ครอบครัวเราก็ย้ายจากกรุงเทพฯไปอยู่ขอนแก่น  แม้บ้านเราค่อนข้างยากจน  แต่แม่ก็ดูแลผมอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง  และพยายามสอนให้ผมต่อสู้ชีวิต เมื่อโตพอรู้เรื่อง ผมเริ่มรับรู้ว่าร่างกายไม่เหมือนคนอื่น  ผมอายจนไม่อยากออกจากบ้านและกลัวตัวเองจนไม่กล้ามองกระจกกระทั่งเคยถามตัวเองว่า “เกิดมาทำไม เกิดมาแล้วไม่ครบ น่าจะไปเกิดใหม่เสียดีกว่า”แต่ท่ามกลางความรู้สึกน้อยใจในโชคชะตาผมยังโชคดีที่มีแม่คอยให้กำลังใจ แม่สอนเสมอว่าแม้เราจะต่างจากคนอื่นแต่ต้องใช้ชีวิตในสังคมต่อไปให้ได้  เรายังต้องออกไปข้างนอก  ไปเรียนหนังสือ ทำงานและต้องก้าวต่อไปอย่างคนปกติ  แม่พยายามสอนให้ผมช่วยเหลือตัวเอง  ไปไหนมาไหนเอง  ตอนนั้นผมยังเดินไม่ได้  แม่จึงนำไม้กระดานมาติดล้อแล้วให้ผมนอนลงบนนั้น  ใช้เป็นพาหนะเพื่อคลานก่อนจะออกไปเล่นกับเด็กคนอื่น ๆแต่พอพวกเขาเห็นผมต่างก็ตกใจ  บางคนถึงกับวิ่งหนี  เพราะคิดว่าผมเป็นตัวประหลาด  บางครั้งก็แกล้งถีบผมตกไม้กระดาน  ผมร้องไห้กลับบ้านแทบทุกวัน พอถึงวัยเรียน  ผมเข้าโรงเรียนเหมือนเพื่อน ๆ ไม่ได้  เพราะไม่มีโรงเรียนไหนรับเด็กพิการ  ผมจึงได้แค่เข้าไปเล่น  ไป “ดู” เขาเรียนหนังสือ  ช่วงนั้นแม่กลายมาเป็นครูสอนอ่านและสอนคิดเลขให้ผมที่บ้าน  แต่อย่างไรเสียผมก็ยังอยากเข้าโรงเรียนเหมือนคนอื่น  แม่จึงพยายามหาที่เรียนให้  ไม่นานก็ทราบจากมูลนิธิเพื่อเด็กพิการว่ามีโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งเปิดรับเด็กพิการทางร่างกายชื่อโรงเรียนศรีสังวาลย์ขอนแก่น  แม่จึงพาผมไปอยู่ที่นั่น ต่อมาพ่อกับแม่แยกทางกัน  แม่ต้องย้ายจากขอนแก่นไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านโชห่วยที่กรุงเทพฯ  เพื่อหาเงินส่งเสียให้ผมเรียนหนังสือ  แม่ทำงานหนักทุกวัน  เลิกงานสองสามทุ่ม  โดยมีรายได้เพียงวันละ 250 บาทเท่านั้น  แต่แม่ก็ยังหาเวลามาแวะเยี่ยมผมทุก ๆ ปิดเทอม ผมไปโรงเรียนประจำตอนอายุได้เพียง 8 ขวบ  ซึ่งถือว่ายังเด็กมากสำหรับการจากอ้อมอกแม่  ตอนแรกผมไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่แม่สอนว่า… การศึกษาเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้อยู่ในสังคมได้  ถ้าไม่เรียนเราก็ไม่มีอนาคต  ผมจึงจำใจต้องอยู่  แต่สิ่งที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดคือ  เมื่อได้เจอเพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ ในโรงเรียน  บางคนนั่งวีลแชร์ บางคนขยับเขยื้อนตัวแทบไม่ได้  นั่นทำให้ผมรู้ว่าคนที่เป็นหนักกว่าเราเขายังอยู่ได้  เราก็ต้องอยู่ให้ได้เช่นกัน การเข้าโรงเรียนทำให้การใช้ชีวิตของผมเปลี่ยนไป  เมื่อก่อนผมเคยเดิน 3 ขา  คือใช้มือพยุงร่างกายไปด้วยขณะเดิน แต่ครูเห็นว่าการเดินเช่นนั้นทำให้บุคลิกไม่ดีและอาจทำให้กระดูกหลังงอในอนาคต  จึงฝึกให้ผมเดิน 2 ขา  โดยผมต้องเดินเดาะลูกบอลเพื่อฝึกการทรงตัว  ช่วงแรกผมหงุดหงิดมาก  เพราะคิดว่าเดิน 3 ขาก็สะดวกดีอยู่แล้วจึงแอบเดินแบบเดิมอยู่บ่อย ๆ  แต่พอครูมาเจอทีไรก็โดนตีทุกที  ผมจึงต้องพยายามฝึกเดินตามครูสอนอยู่ราว ๆ 2 ปี  จนในที่สุดผมก็เดิน 2 ขาได้สำเร็จ เมื่อจบชั้นมัธยมต้น  ขณะที่เพื่อนส่วนใหญ่เลือกเรียนต่อสายอาชีพ  แต่ผมอยากเรียนรู้วิธีการผลิตรายการโทรทัศน์จึงเลือกสอบเข้ามัธยมปลายที่โรงเรียนขามแก่นนคร ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เปิดรับนักเรียนพิการ ถึงจะสอบเข้าไปเรียนได้  แต่ไม่วายเกิดปัญหาตามมา  เนื่องจากห้องเรียนของผมอยู่ชั้น 5  ครูเห็นว่าน่าจะขึ้น - ลงลำบาก  จึงเสนอให้ผมลงมาเรียนชั้นล่าง  ปรากฏว่าห้องนั้นเป็นห้องที่เด็กส่วนใหญ่ค่อนข้างเกเรไม่สนใจเรียน  และมักโดดเรียนยกห้องอยู่เสมอ  ผมจึงไม่ได้เรียนอย่างเต็มที่นักแต่มันยังไม่หนักเท่าเพื่อน ๆ รุมแกล้งผมเป็นประจำ  เหตุการณ์ที่หนักที่สุดคือ เพื่อนในห้องนำประทัดมายัดใส่ไว้ใต้โต๊ะพร้อมจุดไฟ  ผมตกใจมาก แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ตอนนั้นคิดแค่ว่าไม่อยากเรียนต่ออีกแล้ว แต่แม่บอกให้ผมอดทนเรียนให้จบเทอมแล้วค่อยหาทางย้าย หลังผ่านไปหนึ่งเทอม  แม่ก็ทำเรื่องย้ายผมไปเรียนต่อที่โรงเรียนสตรีสมุทรปราการ ปกติแล้วโรงเรียนจะไม่รับนักเรียนพิการ  แต่เปิดโอกาสให้ผมเป็นกรณีพิเศษ  โดยกำหนดว่าผมต้องสอบเข้าด้วยเกณฑ์ของนักเรียนปกติ  ผมจึงต้องพยายามอย่างเต็มที่จนสอบเข้าได้สำเร็จ ช่วงแรกผมยังปรับตัวไม่ได้ทั้งเรื่องการเดินทางที่ค่อนข้างลำบาก  ต้องขึ้นรถสองแถว  ต่อรถประจำทาง  และรูปแบบการเรียนที่เปลี่ยนไป  ต้องเปลี่ยนห้องเรียนไปเรื่อย ๆ ตามวิชาต่าง ๆ  ทำให้ต้องขึ้น - ลงบันไดทั้งวัน  รวมทั้งความที่โรงเรียนยังไม่เคยรับนักเรียนพิการมาก่อน  ผมจึงกลายเป็นนักเรียนพิการเพียงคนเดียวในโรงเรียน  และแทบไม่รู้จักใครเลย  ผมทั้งเหนื่อยและท้อจนกลับมาร้องไห้ที่บ้านทุกวัน  แต่ก็พยายามให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ ทุกครั้งผมจะถามตัวเองว่า “เราทำเพื่อใคร”  แล้วก็ได้คำตอบว่า “ตัวเอง”  เพราะผมเรียนเพื่อให้ตัวเองมีความรู้  มีงานทำและมีอนาคต  และเมื่อถามตัวเองต่อว่า “ใครทำเพื่อเรา”  คำตอบคือ “แม่”  เพราะแม่ยอมลำบากมาตลอดเพื่ออนาคตของผม  การคิดเช่นนี้ทำให้ผมมีกำลังใจสู้มากขึ้น  และเรียนรู้วิธีปรับตัวกับเข้าสังคมใหม่ๆ พอขึ้น ม. 6 ผมเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่  ตลอดระยะเวลา 5 เดือน  ผมตั้งใจอ่านหนังสือทุกวัน  เพราะผมไม่มีเงินไปเรียนพิเศษเหมือนคนอื่นๆ … อ่านเพิ่มเติม

Rate this:

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 1,049 other followers

สถิติบล็อก

  • 2,495,465 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 1,049 other followers

สถิติบล็อก

  • 2,495,465 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 1,049 other followers

สถิติบล็อก

  • 2,495,465 hits

หมวดหมู่

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 1,049 other followers